ทีม iMoD พามาทดสอบและรีวิวเจาะลึก Ford Everest Sport รุ่นปรับปรุงโฉมปี 2026 รถยนต์อเนกประสงค์ขวัญใจครอบครัวที่รอบนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่สีสันภายนอก แต่มีการอัปเกรดงานวิศวกรรมครั้งสำคัญเพื่อความทนทานและสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ดีไซน์ภายนอกและสีใหม่ Command Grey
ไฮไลต์แรกที่สะดุดตาที่สุดคือสีตัวถังใหม่ Command Grey ซึ่งจะมีเฉพาะในรุ่น Sport เท่านั้น ให้ลุคที่ดูทันสมัยและดุดัน ตัดกับรายละเอียดตกแต่งโทนดำเงา (Gloss Black) รอบคันตามสไตล์รุ่น Sport
- ล้อแม็ก: ดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว สีดำกึ่งเงา รัดด้วยยางขนาด 255/55 R20
- ไฟหน้า: รูปทรง C-Clamp อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมโคม Reflector และระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยว (Cornering Lamp)
- กล้องรอบคัน: ติดตั้งกล้อง 360 องศามาให้เสร็จสรรพ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยสำหรับรถไซส์ใหญ่
อัปเกรดเครื่องยนต์: เปลี่ยนมาใช้ “โซ่ไทม์มิ่ง”
จุดเปลี่ยนสำคัญของรุ่นปี 2026 คือการปรับเปลี่ยนระบบสายพานไทม์มิ่งมาเป็น โซ่ไทม์มิ่ง (Timing Chain) ซึ่งช่วยลดภาระการบำรุงรักษาและเพิ่มความทนทานในระยะยาว พร้อมปรับจูนการจ่ายกำลังและเกียร์ 10 Speed ให้ทำงานได้เนียนและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารและการใช้งานจริง
ห้องโดยสารยังคงความกว้างขวางและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานของครอบครัวตัวจริง
- เบาะนั่ง: หุ้มหนังสีทูโทน ปรับไฟฟ้าได้หลากหลายทิศทางทั้งฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
- หน้าจอกลาง: แนวตั้งขนาดใหญ่ คมชัด รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
- ระบบปรับอากาศ: แยกโซนอิสระซ้าย-ขวา และมีปุ่มควบคุมแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมปลั๊กไฟบ้าน (AC 230V 400W)
- ความอเนกประสงค์: ประตูหลังเปิดกว้าง ก้าวขึ้นลงง่าย และมีบันไดข้างที่แข็งแรง รองรับการติดตั้งคาร์ซีท (Car Seat) ได้สะดวก
เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัย
Ford Everest Sport 2026 ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบรักษาเลน
- ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (ช่วยป้องกันการชนในจุดอับสายตา)
- โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย (Drive Mode) ทั้งโหมดปกติ, ประหยัด, ลากจูง, ถนนลื่น, โคลน/ร่อง และทราย
- ระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือกทั้ง 2H, 4H และ 4L (ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)
ภาพรวมการขับขี่และการทดสอบ
จากการที่ทีมงาน iMoD ได้นำ Ford Everest Sport 2026 ไปทดสอบขับขี่จริงในหลากหลายเส้นทาง พบว่าการอัปเกรดเครื่องยนต์มาใช้โซ่ไทม์มิ่งไม่ได้เพียงแต่เพิ่มความทนทานเท่านั้น แต่ความรู้สึกจากการจ่ายพละกำลังทำได้สมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 Speed ที่มีการปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ช่วยให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ในย่านความเร็วต่ำมีความต่อเนื่องและนุ่มนวลกว่าเดิม
ในแง่ของการควบคุม พวงมาลัยไฟฟ้าให้ระยะฟรีที่กำลังดี น้ำหนักเบาแรงในช่วงความเร็วต่ำทำให้การขับขี่ในเมืองหรือการถอยจอดรถไซส์ใหญ่นี้ทำได้คล่องตัวมาก ขณะที่ในช่วงความเร็วสูงพวงมาลัยจะปรับหน่วงน้ำหนักขึ้นตามความเร็ว ให้ความมั่นใจในการเดินทางไกล ประกอบกับความกว้างขวางของห้องโดยสารที่ออกแบบมาเพื่อสรีระของคนทุกวัย ทำให้การเดินทางเป็นครอบครัวเป็นเรื่องที่สนุกและไม่เหนื่อยล้าครับ
Ford Everest Sport 2026
คือรถครอบครัวที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การเปลี่ยนมาใช้โซ่ไทม์มิ่งตอบโจทย์เรื่องความทนทานที่หลายคนรอคอย ผสมผสานกับดีไซน์ที่ดุดันในสี Command Grey ทำให้เป็นรถ SUV ที่น่าใช้ที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดปัจจุบัน
ท่านสามารถรับชมคลิปรีวิวเต็มได้ที่ด้านบนของบทความนี้หรือที่ช่อง YouTube iMoD Official ได้เลยครับ