ทีม iMoD พามาทดสอบสมรรถนะและรีวิวเจาะลึก LEPAS L6 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ B-SUV ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากในขณะนี้ โดยรุ่นนี้มีความโดดเด่นที่การเลือกใช้เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Bosch พร้อมการปรับจูนช่วงล่างและ Handling มาเพื่อสภาพถนนเมืองไทยโดยเฉพาะ
ดีไซน์ภายนอก ดุดันสไตล์เสือดาว
LEPAS L6 มาพร้อมมิติตัวรถที่ใหญ่กว่า B-SUV ทั่วไป ด้วยความยาวกว่า 4,500 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. ดีไซน์ด้านหน้าเน้นความโฉบเฉี่ยวและดุดันที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เสือดาว” ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
- ค่า Cd: ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.27
- ระบบไฟ: Daytime Running Light ดีไซน์เอกลักษณ์ พร้อมไฟหน้า Projector LED ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
- ล้อและยาง: ล้อแม็กดีไซน์ “กรงเล็บเสือดาว” ขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง Kumho 255/55 R19
- ระบบเบรก: ไฮไลต์สำคัญคือการใช้ชุดเบรก Bosch IPB 2.0 พร้อม Caliper สีแดงทั้ง 4 ล้อ ให้ระยะเบรกที่สั้นและแม่นยำ ปรับระดับความรู้สึกการเบรกได้
ขุมพลัง แบตเตอรี่ และการชาร์จ
LEPAS L6 ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกลด้วยสเปกที่ครอบคลุม
- พละกำลัง: มอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร
- สมรรถนะ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เคลมไว้ที่ 7.9 วินาที
- แบตเตอรี่: ขนาด 65 kWh วิ่งไกลสูงสุด 500 กม. (มาตรฐาน NEDC)
- การชาร์จ: รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 120 kW และ AC 6.6 kW พร้อมระบบ V2L 3.3kW
ช่วงล่างที่ปรับจูนเพื่อคนไทย
จากการทดสอบในสนามที่ Setup ไว้ LEPAS L6 แสดงให้เห็นถึง Handling ที่มั่นใจเกินตัว
- โครงสร้าง: ด้านหน้า MacPherson Strut และด้านหลัง Multi-link
- Ground Clearance: สูง 180 มม. สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 500 มม.
- Driving Impression: การซับแรงกระแทกทำได้ดีกว่าที่คาด แม้จะรูดผ่านอุปสรรคด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังคงความนิ่งและนุ่มนวล
ห้องโดยสารโถงกว้างและเทคโนโลยีครบครัน
ภายในเน้นความโปร่งสบายด้วยหลังคา Panoramic Sunroof พร้อมม่านไฟฟ้า และวัสดุผิวสัมผัสแบบ Soft Touch ทั่วทั้งคัน
- หน้าจอ: จอกลางขนาด 13 นิ้ว ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 ลื่นไหลไม่มีสะดุด
- ความสบาย: เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilation) ส่วนเบาะหลังกว้างขวาง มีพื้นที่วางขา (Leg Room) เยอะมาก
- พื้นที่บรรทุก: ห้องสัมภาระท้ายลึกและสูง พร้อมช่องเก็บของใต้พรมอีก 99 ลิตร
ภาพรวมการขับขี่และกิจกรรมการทดสอบ
กิจกรรมการทดสอบในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นในสนามทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของ LEPAS L6 ออกมาให้เห็นในทุกมิติ โดยแบ่งออกเป็นหลายสถานีที่น่าสนใจ เริ่มต้นที่ สถานีทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ซึ่งทำผลงานได้น่าประทับใจ แม้จะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าแต่ในช่วงออกตัวพละกำลังถูกส่งลงพื้นได้อย่างรวดเร็ว มีอาการล้อฟรีให้เห็นเล็กน้อยสะท้อนถึงแรงบิดที่มาแบบทันใจในโหมด Sport ก่อนจะไต่ระดับความเร็วขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่องและสมูท
ถัดมาคือ สถานี Slalom และ Handling Test สถานีนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแม่นยำของระบบเบรก Bosch IPB 2.0 ที่เป็นพระเอกของงาน การตอบสนองของแป้นเบรกทำได้อย่างรวดเร็วและกระชับ ช่วยให้จังหวะการชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้งทำได้อย่างมั่นใจ ระยะเบรกสั้นลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับระบบเบรกทั่วไป ในส่วนของช่วงล่างที่เคลมว่าปรับจูนมาเพื่อถนนเมืองไทย เมื่อต้องหักหลบสิ่งกีดขวางหรือเข้าโค้งต่อเนื่อง ตัวรถมีการโยนตัวที่น้อยมาก (Body Roll ต่ำ) ให้ความรู้สึกที่นิ่งและหนึบเกาะถนนได้ดีเกินคาดสำหรับรถในเซกเมนต์นี้
ปิดท้ายด้วยการทดสอบ สถานีซับแรงกระแทก (Suspension Test) ที่มีการจำลองอุปสรรคสลับซ้าย-ขวาและการรูดผ่านลูกระนาดขนาดใหญ่ LEPAS L6 สามารถเก็บอาการสั่นสะเทือนได้เนียนกริบ ไม่มีการกระเด้งหรือโยนตัวที่รุนแรงให้ผู้โดยสารตอนหลังรู้สึกไม่สบาย ถือเป็นรถที่บาลานซ์ความนุ่มนวลและความหนึบออกมาได้ลงตัวมาก แม้พวงมาลัยในโหมด Sport จะยังติดเบาแรงไปนิดสำหรับการขับขี่แบบ Hardcore แต่หากมองในมุมการใช้งานจริงในเมือง มันคือพวงมาลัยที่ผ่อนแรงได้ดี คล่องตัว และขับสบายในทุกวันครับ
สรุปและราคาคาดการณ์
LEPAS L6 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 นี้ โดยคาดการณ์ราคาเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ 700,000 บาทต้นๆ และรุ่นท็อปไม่เกิน 800,000 บาท ซึ่งหากเปิดราคานี้จริง จะถือว่าเป็น B-SUV ไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งด้วยเทคโนโลยีและช่วงล่างที่ให้มาครับ


