พลังงานหมุนเวียนในสหรัฐอเมริกากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะขยับขึ้นแตะ 40.4% ภายในปีหน้า แซงหน้าก๊าซธรรมชาติและทิ้งห่างพลังงานนิวเคลียร์กว่า 5 เท่าตัว
พลังงานหมุนเวียนสหรัฐฯ พุ่งแรง แซงก๊าซธรรมชาติ ครองสัดส่วนแตะ 40% ภายใน 1 ปี!
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ที่ได้รับการวิเคราะห์โดย SUN DAY Campaign ระบุว่า สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดจากพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นจาก 37.7% เป็น 40.4% ภายในช่วง 1 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตแซงหน้าก๊าซธรรมชาติ และสูงกว่ากำลังการผลิตของพลังงานนิวเคลียร์ถึง 5 เท่า

ทั้งนี้ รายงาน Electric Power Monthly สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ส.ค. 2026 เผยว่า ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 เติบโตขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
นำโดยโซลาร์เซลล์ระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale Solar) ที่พุ่งขึ้น 20.0%, โซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก (Small-scale Solar) โต 12.0%, พลังงานลมเพิ่มขึ้น 7.8%, พลังงานน้ำเพิ่มขึ้น 4.2% และพลังงานความร้อนใต้พิภพโต 3.8%
ในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ส.ค. 2026 พลังงานลมผลิตไฟฟ้าได้ 333,367 GWh คิดเป็น 10.6% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในสหรัฐฯ ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งระดับสาธารณูปโภคและขนาดเล็กรวมกันผลิตได้ 329,119 GWh คิดเป็น 10.5%, พลังงานน้ำผลิตได้ 180,940 GWh (5.7%), พลังงานชีวมวล 29,917 GWh (1.0%) และพลังงานความร้อนใต้พิภพ 10,766 GWh (0.34%)

ในทางกลับกัน โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ เติบโตช้ากว่ามากที่ 2.6% และ 1.3% ตามลำดับ ขณะที่ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินลดลงถึง 8.7% ส่งผลให้สัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดขยับขึ้นมาอยู่ที่ 28.1% ของการผลิตไฟฟ้าในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 26.2% ในปีก่อนหน้า
ด้านกำลังการผลิตติดตั้งใหม่ ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2025 ถึง 31 ส.ค. 2026 โซลาร์เซลล์ระดับสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 27,141.7 MW, โซลาร์เซลล์ขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 6,526.1 MW และพลังงานลมเพิ่มขึ้น 9,979.1 MW (รวมพลังงานลมนอกชายฝั่ง 800 MW) ทำให้กำลังการผลิตรวมของพลังงานหมุนเวียนทุกประเภทขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 43,497.9 MW

นอกจากนี้ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับสาธารณูปโภคยังเพิ่มขึ้นอีก 17,586.9 MW ขณะที่กำลังการผลิตถ่านหินลดลง 2,703.4 MW และก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 5,316.0 MW ทำให้การขยายกำลังการผลิตของพลังงานหมุนเวียนสูงกว่าการเติบโตสุทธิของเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์รวมกันเกือบ 17 เท่า
EIA คาดการณ์ว่าการเติบโตจะยิ่งเร่งตัวขึ้น โดยภายในวันที่ 31 ส.ค. 2027 พลังงานหมุนเวียนระดับสาธารณูปโภคจะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่อีก 53,117.3 MW ซึ่งหากรวมการคาดการณ์โซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่จะเพิ่มขึ้นอีกราว 6,000 MW จะส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งของพลังงานหมุนเวียนรวมแตะประมาณ 550,000 MW ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2027 แซงหน้าก๊าซธรรมชาติที่คาดการณ์ไว้ที่ 518,312.8 MW
โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเดียวจะมีสัดส่วนเกินหนึ่งในห้า (20.7%) ของกำลังการผลิตทั้งหมดในสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่จะเพิ่มขึ้นอีก 23,656.2 MW สู่ระดับ 77,753.2 MW เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ที่มา: Electrek
