ใน , ,

เปิดตัว NEW DENZA D9 2026 MPV ไฟฟ้าหรู สถาปัตยกรรม 1,000V แบต 115 kWh วิ่งไกลสุด 730 กม.

DENZA เปิดตัว NEW DENZA D9 รถยนต์ MPV ไฟฟ้าพรีเมียม 7 ที่นั่งรุ่นปรับปรุงใหม่ อัปเกรดสู่สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1,000V แบตเตอรี่ BYD Blade Battery Gen 2 ขนาด 115 kWh ชาร์จ 10–70% ใน 5 นาที วิ่งไกลสูงสุด 730 กม. (NEDC) พร้อมช่วงล่าง DiSus-C วาล์วคู่

เปิดตัว NEW DENZA D9 2026 MPV ไฟฟ้าหรู สถาปัตยกรรม 1,000V แบต 115 kWh วิ่งไกลสุด 730 กม.

หลายคนที่ติดตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมคงคุ้นชื่อ DENZA แบรนด์หรูในเครือ BYD กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่น DENZA D9 ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะรถตู้พลังงานทางเลือกสำหรับผู้บริหารและครอบครัว ล่าสุดได้มีการเผยรายละเอียดของ NEW DENZA D9 ที่ได้รับการยกเครื่องสเปกครั้งใหญ่ ขยับมาตรฐานด้วยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1,000V และแบตเตอรี่รุ่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ทั้งระยะทางและเวลาในการชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

NEW DENZA D9 มาพร้อมการแบ่งไลน์อัปเป็น 2 รุ่นย่อยหลัก ได้แก่ รุ่น Extended (FWD) และรุ่น Performance AWD เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมา

ดีไซน์และมิติตัวถัง

ภายนอกพัฒนาภายใต้แนวคิด LIMITLESS ELEGANCE โดดเด่นด้วยการออกแบบด้านหน้าแบบ π-Motion ผสานไฟท้าย LED ทรงลูกศรเส้นสายดาวตก พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าสองฝั่งและฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายใหม่ โดยมีมิติตัวถัง ดังนี้

ด้านหน้า NEW DENZA D9
ดีไซน์ด้านหน้าแบบ π-Motion ของ NEW DENZA D9
  • ความยาว: 5,250 มม.
  • ความกว้าง: 1,960 มม.
  • ความสูง: 1,900 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 3,110 มม.
  • ระยะห่างล้อคู่หน้าและคู่หลัง: 1,675 / 1,675 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.85 เมตร
  • ความสูงใต้ท้องรถ: 140 มม. (เมื่อไม่รวมน้ำหนักบรรทุก) และ 130 มม. (เมื่อรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด)
NEW DENZA D9 มุมมองด้านข้างตัวถังสีขาว
มิติตัวถังด้านข้างของ NEW DENZA D9 แสดงเส้นสายตัวถัง Large MPV และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายใหม่
ดีไซน์กระจังหน้าแบบ π-Motion ของ NEW DENZA D9
กระจังหน้าโครเมียมลวดลายแนวตั้งแบบ π-Motion ผสานชุดไฟหน้า Dynamic Welcome Headlights
NEW DENZA D9 ด้านท้ายรถพร้อมไฟท้าย LED ทรงลูกศร
ด้านท้ายของ NEW DENZA D9 โดดเด่นด้วยแถบไฟท้าย LED ทรงลูกศรเส้นสายดาวตก

นอกจากนี้ ในรุ่น Performance AWD ยังมาพร้อมออปชันพิเศษอย่างระบบ AR-Projection ฉายสัญลักษณ์บนพื้นเพื่อเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายแบบแฮนด์ฟรี ไฟหน้าต้อนรับอัจฉริยะ Dynamic Welcome Headlights และกระจกมองหลังสตรีมมิงภาพจากกล้อง ตัวถังภายนอกมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White, สีดำ Quantum Black, สีเทา Titanium Grey และสีน้ำเงิน Whale Sea Blue ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะรุ่น Performance AWD

ไฟท้าย LED ของ NEW DENZA D9
แถบไฟท้าย LED พร้อมโลโก้ DENZA D9 ที่ฝาท้าย

ห้องโดยสารและเทคโนโลยี

ภายในห้องโดยสารจัดวางที่นั่งแบบ VIP 2-2-3 รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยการปรับตำแหน่งคันเกียร์ใหม่ไปไว้ที่คอพวงมาลัยด้านขวา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณคอนโซลกลาง มีรายละเอียดฟังก์ชันความสะดวกสบายและระบบมัลติมีเดีย ดังนี้:

หน้าจอควบคุมระบบเสียง DEVIALET ใน NEW DENZA D9
หน้าจอด้านหลังแสดงเมนูตั้งค่าระบบเสียง DEVIALET ภายในห้องโดยสาร
  • เบาะนั่งคู่หน้า: ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและ Memory Seat
  • เบาะแถวที่ 2 รุ่น Extended: เบาะ Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง ระบบนวด 10 จุด ที่รองขาปรับไฟฟ้า ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ หน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ที่เท้าแขน และโต๊ะพับอเนกประสงค์
  • เบาะแถวที่ 2 รุ่น Performance AWD: เบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง ระบบนวด 16 จุด หุ้มหนังแท้ NAPPA ตกแต่งลายไม้แท้ White Ash และบุเพดานหนังกลับ Premium Suede
  • เบาะนั่งแถวที่ 3: ปรับเอนไฟฟ้า 4 ทิศทาง และพับแยกไฟฟ้าแบบ 60:40 โดยในรุ่น Performance AWD เพิ่มระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะแถวที่ 3
  • หน้าจอมัลติมีเดียส่วนกลางระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ LCD 3 มิติ ขนาด 10.25 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า W-HUD ขนาด 12 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียส่วนตัวแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ พร้อมกล้องเว็บแคม HD
  • ระบบเครื่องเสียงไฮเอนด์ DEVIALET ลำโพงรอบทิศทาง 16 ตำแหน่ง
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะอิสระ 6 โซน พร้อม Google Built-in (เฉพาะรุ่น Performance AWD)
  • แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย 50W จำนวน 4 ตำแหน่ง ตู้เย็นควบคุมอุณหภูมิ และหลังคากระจกพาโนรามิกพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
  • พื้นที่สัมภาระท้าย: ความจุสูงสุด 2,436 ลิตร พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้พื้น 126 ลิตร สามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ได้สูงสุด 7 ใบ
คอนโซลหน้าและแผงหน้าจอสัมผัสกลางของ NEW DENZA D9
แผงคอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอมัลติมีเดียกลางขนาด 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมก้านเกียร์ที่คอพวงมาลัยด้านขวา
ตำแหน่งเกียร์ย้ายมาติดตั้งบริเวณคอพวงมาลัยด้านขวา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานคอนโซลกลาง
เบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP Zero Gravity ปรับไฟฟ้าใน NEW DENZA D9
เบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP ปรับไฟฟ้าสไตล์ Zero Gravity พร้อมที่รองขาและหน้าจอควบคุมที่เท้าแขน
หน้าจอมัลติมีเดียส่วนตัวขนาด 12.8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง
หน้าจอมัลติมีเดียส่วนตัวแถวที่สองขนาด 12.8 นิ้ว ติดตั้งหลังพนักพิงเบาะคู่หน้า
มุมมองภาพรวมห้องโดยสารและเบาะนั่งแถวที่สองและสาม
ผังเบาะนั่งระดับพรีเมียม 7 ที่นั่งแบบ 2-2-3 พร้อมพื้นที่โดยสารตอนหลังกว้างขวาง
ปุ่มควบคุมระบบปรับไฟฟ้าและระบบระบายอากาศข้างเบาะนั่ง
แผงสวิตช์ควบคุมเบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันระบบนวดและอุ่นเบาะ

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS)

ความปลอดภัยได้รับการติดตั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัยพร้อมถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ผสานระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงและระบบความปลอดภัยเชิงรุกครบครัน ดังนี้:

  • ระบบบันทึกภาพการขับขี่ (DVR) และระบบช่วยแจ้งเตือนอันตรายจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (DMS)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันการลื่นไถล (DTCS) และระบบควบคุมการทรงตัวนุ่มนวล (CST)
  • ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) และระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW)
  • ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA / RCTB)
  • ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านทางแยกด้านหน้า (FCTA / FCTB)
  • ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)

สมรรถนะและระยะทางวิ่ง

ขุมพลังขับเคลื่อนของ NEW DENZA D9 ยกระดับด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 1,000V พร้อมติดตั้งแบตเตอรี่ BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh ในทั้งสองรุ่นย่อย รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว BYD FLASH TECHNOLOGY ชาร์จจาก 10–70% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และ 10–97% ในเวลา 9 นาที โดยมีสมรรถนะแยกตามรุ่นย่อย ดังนี้:

  • รุ่น Extended (FWD): ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 340 kW แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 8.5 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กม. (NEDC)
  • รุ่น Performance AWD: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังสูงสุด 410 kW แรงบิดสูงสุด 445 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กม. (NEDC)
  • ระบบกันสะเทือน: ติดตั้งระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C แบบวาล์วคู่ (Dual-Valve) เป็นมาตรฐานทั้งสองรุ่น ช่วยลดอาการโคลงตัวขณะเข้าโค้งลง 22% พร้อมลดอาการหน้าเชิดและท้ายยุบลง 24% ขณะเร่งความเร็วหรือเบรกกะทันหัน

เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2024 ตัวรถได้รับการอัปเกรดพละกำลังเพิ่มขึ้นถึง 110 kW ในรุ่น Extended และ 135 kW ในรุ่น Performance AWD ขณะที่ระยะทางวิ่งไกลขึ้น 130 กม. และ 70 กม. ตามลำดับ ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ราคาจำหน่าย รวมถึงแผนการทำตลาดในประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล หากมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

การอัปเกรดรอบนี้ถือว่าแก้ Pain Point ของรถตู้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ตรงจุด โดยเฉพาะเทคโนโลยี 1,000V ที่ช่วยย่นเวลาชาร์จให้ไวขึ้นทันตา ซึ่งน่าจับตามองมากว่าหากนำเข้ามาทำตลาดในไทยจะเปิดราคามาได้น่าสนใจขนาดไหน ใครที่ติดตามการปรับสเปกครั้งนี้มาตั้งแต่ตอนมีภาพหลุดจาก MIIT ก่อนหน้านี้ ก็น่าจะตื่นเต้นกับตัวเลขพละกำลังและระยะทางที่ขยับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา: iMoD Drive

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ต้อม - Attapon ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร iPhoneMod.net เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยีอันดับ 1 ของไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 และ iMoD Drive สื่อรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร คลุกคลีในวงการเทคโนโลยีมากว่า 15 ปี มีความหลงใหลใน Apple, Gadget และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด เชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีควรเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน