Firefly แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดระดับพรีเมียมในเครือ Nio Inc ประกาศคว้ารางวัลการออกแบบระดับโลก Red Dot Award 2026 จากเยอรมนี ด้วยระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Aster OS Multisensory Smart Cockpit System พร้อมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ Aster OS 2.1.5 รองรับการอัปเกรดแบตเตอรี่ระยะไกลขนาด 60 kWh วิ่งไกล 560 กม. (CLTC)
Nio Firefly คว้ารางวัล Red Dot Award 2026 ด้านระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ พร้อมปล่อยอัปเดต Aster OS 2.1.5
Firefly แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ในเครือ Nio Inc ได้รับรางวัล Red Dot Award 2026: Brands & Communication Design ในสาขา Interface & User Experience Design จากผลงานระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ Aster OS Multisensory Smart Cockpit System

โดยมีพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2026 ณ อาคารแสดงคอนเสิร์ต Konzerthaus Berlin ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้รางวัล Red Dot Design Award ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1955 ประกอบด้วย 3 สาขาหลัก ได้แก่ Product Design, Brands & Communication Design และ Design Concept

ระบบหน้าจอหลักของ Aster OS ได้รับการออกแบบให้ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การขับขี่และพฤติกรรมของผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด ผสานการทำงานระหว่างการมองเห็น เสียง และการตอบสนองผ่านการสั่น เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจและควบคุมระบบได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถปรับอุณหภูมิและความแรงลมแอร์ได้ง่ายๆ เพียงปัดนิ้ว 2 นิ้ว ซึ่งตัวระบบจะตอบสนองด้วยเสียงและไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light เพื่อช่วยลดการละสายตาจากท้องถนน

นอกจากนี้ เมื่อเปิดเพลง ระบบจะดึงโทนสีจากภาพหน้าปกอัลบั้ม พร้อมวิเคราะห์ย่านความถี่และจังหวะดนตรี เพื่อเชื่อมโยงกราฟิกบนหน้าจอให้ทำงานประสานไปกับไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบมัลติเซนเซอรีอย่างเต็มรูปแบบ
ในวันเดียวกัน Firefly ยังได้ประกาศปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชัน Aster OS 2.1.5 แบบทยอยส่งมอบให้ผู้ใช้งาน โดยไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มการรองรับการอัปเกรดชุดแบตเตอรี่ระยะไกลขนาด 60 kWh ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 560 กม. (CLTC) มากกว่าแบตเตอรี่รุ่นมาตรฐานขนาด 42 kWh ที่ทำได้ 420 กม. อยู่ราว 33%

อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้าของ Firefly ยังรองรับระบบสลับแบตเตอรี่อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นๆ ของ Nio ส่งผลให้เจ้าของรถรุ่นมาตรฐานสามารถสลับมาใช้แบตเตอรี่ลูกใหญ่เพื่อเพิ่มระยะทางการเดินทางได้อย่างยืดหยุ่น
สำหรับ Firefly รุ่นแรกเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่ เม.ย. 2025 โดยวางตำแหน่งทำตลาดในกลุ่มพรีเมียมคอมแพกต์ ชนกับคู่แข่งอย่าง Mini ของ BMW และ Smart ของ Mercedes-Benz โดยตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้สร้างความเคลื่อนไหวต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ เช่น Halo design series เมื่อเดือน ก.ค. และ Club Spiaggia รุ่นพิเศษผลิตจำกัด 666 คันในเดือน ส.ค. 2026 ช่วยเพิ่มความหลากหลายและกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ความนิยมดังกล่าวส่งผลให้ Firefly มียอดส่งมอบรถในเดือน ต.ค. 2026 อยู่ที่ 7,738 คัน เติบโตขึ้น 30.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติยอดส่งมอบรายเดือนสูงสุดติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

ขณะที่ยอดส่งมอบสะสม 10 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 55,860 คัน คิดเป็นสัดส่วน 16.7% ของยอดส่งมอบทั้งหมดของ Nio Inc ในช่วงเวลาดังกล่าว และทำให้ยอดส่งมอบสะสมรวมนับตั้งแต่เปิดตัวแตะ 95,274 คัน ณ สิ้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา
ที่มา: CnEVPost
