Tesla เตรียมยุติการผลิต Cybertruck ที่โรงงาน Giga Texas ราวกลางปี 2027 เพื่อปรับพื้นที่รองรับการผลิต Cybercab เต็มกำลัง หลังทำตลาดได้เพียง 3 ปีครึ่ง โดยยืนยันดูแลอะไหล่และบริการหลังการขายต่อเนื่อง
Tesla ประกาศยุติการผลิต Cybertruck เตรียมปิดฉากกลางปี 2027 เปิดทางสายผลิต Cybercab
Elon Musk ประกาศผ่าน X ว่า Tesla วางแผนเริ่มทยอยยุติสายการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Cybertruck ที่โรงงาน Giga Texas ในช่วงกลางปี 2027 เพื่อเปิดทางและเพิ่มพื้นที่รองรับการเร่งกำลังผลิต Cybercab นับเป็นการประกาศยุติการผลิตรถยนต์รุ่นหลักเป็นครั้งที่สองในปีนี้ต่อจาก Model S และ Model X ซึ่งพื้นที่โรงงานต่างถูกปรับเปลี่ยนไปใช้สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบขับขี่อัตโนมัติทั้งสิ้น โดย Cybertruck เปิดตัวครั้งแรกในเดือน พ.ย. 2019 ก่อนจะเริ่มส่งมอบจริงในเดือน พ.ย. 2023 หลังเผชิญความล่าช้าหลายครั้ง ส่งผลให้รถกระบะไฟฟ้ารุ่นนี้มีอายุการทำตลาดจริงเพียงประมาณ 3 ปีครึ่งเท่านั้น

ทางด้าน Wes Morrill หัวหน้าทีมวิศวกรของ Cybertruck ระบุว่า Cybertruck ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มพัฒนาเทคโนโลยีชั้นยอด และนวัตกรรมหลายอย่างจะยังคงสืบทอดต่อไปยัง Cybercab รวมถึงรุ่นอื่นๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแรงดันต่ำ 48V, ระบบบังคับเลี้ยว Steer-by-wire และระบบสายไฟ Etherloop พร้อมยืนยันว่า Tesla จะยังคงสต็อกอะไหล่และดูแลบริการหลังการขายสำหรับเจ้าของรถอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สัญญาณการยุติการทำตลาดเริ่มชัดเจนตั้งแต่เดือนก่อนหน้าเมื่อ Tesla ยกเลิกการจอง Cybertruck ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาหลายครั้ง โดยเปิดตัวรุ่น Dual Motor AWD ราคา 59,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.04 ล้านบาท) ในเดือน ก.พ. ก่อนปรับขึ้นเป็น 69,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.38 ล้านบาท) และปรับขึ้นอีก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.70 แสนบาท) ในเดือน ส.ค. จนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 74,990 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.55 ล้านบาท) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับ Model S และ Model X ก่อนปิดรับคำสั่งซื้อ
Cybertruck was an incredible technology development platform and lives on through Cybercab. Thanks to everyone who contributed to making the future looking like the future
As well to the community of owners whose adventures I’ve enjoyed and will continue to follow ❤️
— Wes (@wmorrill3) November 6, 2026
แม้ช่วงที่ผ่านมา Cybertruck จะได้รับการอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบ Powershare ร่วมกับ Powerwall, กล้องด้านข้างแบบใหม่ และแผ่นเกราะกันกระแทกใต้ท้องรถคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ยอดขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยในไตรมาส 2 รถกลุ่ม Other Models ซึ่งรวมถึง Cybertruck, Semi และ Model S กับ Model X ส่งมอบได้เพียง 12,364 คัน เมื่อเทียบกับ Model 3 และ Model Y ที่ทำได้มากกว่า 467,000 คัน ในขณะที่สายการผลิต Cybercab ถูกออกแบบด้วยกระบวนการ Unboxed Manufacturing ที่ตั้งเป้าประกอบรถได้หนึ่งคันในทุก 10 วินาที และมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกในช่วงปลายปีนี้ ทำให้ Tesla ต้องการพื้นที่ใน Giga Texas เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัว


ที่มา: Not a Tesla App
