ก้าวสำคัญของยุโรปกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด! เมื่อ EU เตรียมปรับโฉมระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซคาร์บอน (ETS) ครั้งใหญ่ มุ่งเน้นการคืนรายได้กลับสู่ภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นทุนในการลดมลพิษ พร้อมกางแผนเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาจากภายนอก เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและแข็งแกร่งกว่าเดิม
EU รุกคืบ! ปรับเกณฑ์ซื้อขายคาร์บอน คืนเงินหนุนอุตสาหกรรมเร่งลดปล่อยมลพิษ
Wopke Hoekstra กรรมาธิการด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ กรุงลิสบอนว่า การปรับปรุงระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading System – ETS) ของคณะกรรมาธิการยุโรป มีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่า รายได้ที่จัดเก็บได้จะถูกส่งกลับคืนไปยังภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บริษัทต่างๆ เร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำว่ายุโรปจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองด้านพลังงานให้มากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานนิวเคลียร์ควบคู่กันไปด้วย
ระบบ ETS ของ EU เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2005 ถือเป็นเครื่องมือหลักในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยกำหนดให้โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมหลายพันแห่งต้องซื้อใบอนุญาตสำหรับการปล่อยก๊าซมลพิษ แม้ว่าจะมีเสียงสะท้อนจากบางรัฐบาลและกลุ่มอุตสาหกรรมที่กังวลว่าระบบนี้อาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของยุโรป โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม Wopke Hoekstra ยืนยันว่าระบบนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และได้รับการสนับสนุนจากหลายรัฐบาลรวมถึงบริษัทอีกนับร้อยแห่ง เขายังชี้ให้เห็นว่าวิกฤตในตะวันออกกลางทำให้เห็นจุดอ่อนของยุโรปที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกมากเกินไป ซึ่งถือเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติและของยุโรปเอง ดังนั้นจึงต้องเร่งลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ ฮีทปั๊ม (Heat Pumps) การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า และพลังงานนิวเคลียร์
ในส่วนของประเด็นกำไรมหาศาลของบริษัทพลังงานบางแห่งที่ได้อานิสงส์จากความผันผวนของตลาดในช่วงสงครามอิหร่าน Wopke Hoekstra กล่าวว่าเขาเข้าใจถึงความไม่พอใจของประชาชน โดยก่อนหน้านี้หลายประเทศ เช่น โปรตุเกส เยอรมนี อิตาลี สเปน และออสเตรีย ได้เสนอให้ EU เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากกำไรส่วนเกินเหล่านี้ แต่ทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้ตัดสินใจให้แต่ละประเทศเป็นผู้พิจารณาดำเนินการเอง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลโปรตุเกสกำลังเตรียมขออนุมัติจากรัฐสภาเพื่อดำเนินการจัดเก็บภาษีดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้
ที่มา reuters
