ใน

สงครามแบตเตอรี่! จีนผงาดครองสิทธิบัตร Solid-state มากสุดในโลก แต่หวั่นสูญเสียความได้เปรียบในระดับโลก

สำนักข่าว XHN รายงานว่า จีนกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกคู่แข่งแซงหน้าในการแข่งขันพัฒนาแบตเตอรี่ All-solid-state ระดับโลก แม้ว่าปัจจุบันจีนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงการวิจัยและถือครองสิทธิบัตรด้านนี้มากที่สุดในโลกก็ตาม

สงครามแบตเตอรี่! จีนผงาดครองสิทธิบัตร Solid-state มากสุดในโลก แต่หวั่นสูญเสียความได้เปรียบในระดับโลก

บทวิเคราะห์นโยบายและอุตสาหกรรมของจีนระบุว่า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ All-solid-state ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างก็กำลังเร่งสนับสนุนนโยบาย ประสานงานภาคอุตสาหกรรม และเร่งจดสิทธิบัตรอย่างหนัก

ปัจจุบัน จีนมีสัดส่วนสิทธิบัตรแบตเตอรี่ Solid-state อยู่ที่ประมาณ 35% ของโลก ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) จีนครองส่วนแบ่งสูงถึง 39% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของ “แหล่งกำเนิดเทคโนโลยี” ญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำด้วยสัดส่วน 37% ในขณะที่จีนตามมาที่ 30%

งานวิจัยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ปริมาณการตีพิมพ์งานวิจัยด้านแบตเตอรี่ Solid-state ของจีนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเพียง 21 ฉบับในปี 2015 เป็น 562 ฉบับในปี 2023 ซึ่งสูงที่สุดในโลก โดยมีสถาบันสำคัญอย่าง Chinese Academy of Sciences และมหาวิทยาลัย Tsinghua เป็นผู้นำในการแก้ปัญหาคอขวดทางเทคนิคเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างของแข็งกับของแข็ง (Solid-solid interface) เพื่อให้ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์

ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 พบว่ามีสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องทั่วโลกถึง 16,429 ฉบับ โดยจีนและญี่ปุ่นเป็นผู้นำในการยื่นจดสิทธิบัตร (3,341 และ 3,225 ฉบับตามลำดับ) ตามด้วยสหรัฐอเมริกา (2,355 ฉบับ) และเกาหลีใต้ (1,544 ฉบับ)

ความท้าทาย: บริษัทยักษ์ใหญ่ยังกระจุกตัวในต่างแดน

แม้จีนจะมีจำนวนสิทธิบัตรมาก แต่รายงานระบุว่าจีนยังขาดความแข็งแกร่งในกลุ่มสิทธิบัตรระดับ Top-tier หากดูจาก 30 อันดับแรกของสถาบันและบริษัทที่ถือครองสิทธิบัตรด้านนี้ พบว่าเป็นบริษัทจากญี่ปุ่นถึง 17 แห่ง, จีน 7 แห่ง, เกาหลีใต้ 5 แห่ง และยุโรป 1 แห่ง ที่น่าสนใจคือ 10 อันดับแรกล้วนเป็นบริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทั้งสิ้น โดยมี Toyota เป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นเกือบ 40% ของสิทธิบัตรทั่วโลก

อย่างไรก็ดี บริษัทจีนอย่าง CATL, BYD และ SVOLT เริ่มเร่งเครื่องอย่างหนัก โดยในปี 2023 เพียงปีเดียว หน่วยงานจากจีนมีการยื่นจดสิทธิบัตรใหม่มากกว่า 500 ฉบับ

ก้าวต่อไปของ CATL, Ganfeng และ Gotion

อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากช่วงทดลองไปสู่การผลิตจริงจำนวนน้อย โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงปี 2027 และเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในวงกว้างปี 2030 ล่าสุดนักวิจัยจีนได้เผยโฉมต้นแบบแบตเตอรี่ Solid-state ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงถึง 451.5 Wh/kg และเคลมว่าชาร์จไฟเต็มได้ในเวลาเพียง 3 นาที

ด้านบริษัท Ganfeng Lithium (ซึ่งสนับสนุนโดย Changan) รายงานผลทดสอบแบตเตอรี่ที่ชาร์จซ้ำได้กว่า 1,100 รอบ และตั้งเป้าเพิ่มความหนาแน่นพลังงานไปให้ถึง 500 Wh/kg ในอนาคต ส่วน Gotion High-tech ได้ออกแบบสายการผลิตขนาด 2 GWh เสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานจริงในรถยนต์

ขยายการใช้งานมากกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แล้ว แบตเตอรี่ Solid-state ยังถูกมองว่าเป็นหัวใจสำคัญของ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, เครื่องบินไฟฟ้า (eVTOL), อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ซึ่งต้องการความหนาแน่นพลังงานสูง

ปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางเทคโนโลยีใด (Sulfide, Oxide หรือ Polymer) ที่ชนะขาดลอย เพราะแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ทั้งในแง่การนำไฟฟ้า ความเสถียร และต้นทุน นอกจากนี้ จีนยังมีจุดอ่อนเรื่องการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศที่ยังน้อยกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีการวางเครือข่ายคุ้มครองสิทธิบัตรครอบคลุมทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา carnewschina

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.