Tesla เผยโครงสร้างแบตเตอรี่ Cybercab มีการจงใจเว้นพื้นที่ว่างภายในแพ็ก เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนไปใช้เซลล์ LFP ในอนาคต ช่วยลดต้นทุนตัวรถ Robotaxi ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์ 4 โมดูลแยกซ่อมได้ง่าย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาวสำหรับรถยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์
เจาะลึกดีไซน์แบตเตอรี่ Tesla Cybercab เว้นที่ว่างพร้อมสลับใช้ LFP กดต้นทุน Robotaxi ให้ถูกลง!
Robert Sumpf ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมการออกแบบเชิงกลสำหรับโมดูลและแพ็กแบตเตอรี่ของ Tesla เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่านรายการ Munro Live ว่า พื้นที่ว่างด้านข้างและใต้โมดูลแบตเตอรี่ของ Cybercab ถูกเว้นเอาไว้โดยตั้งใจ เพื่อให้บริษัทสามารถเปลี่ยนไปใช้เซลล์เคมีลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ได้ในอนาคต เมื่อถึงจุดที่ต้องการขยายกำลังผลิตและกดต้นทุนลงให้ถูกกว่าเดิม

ในปัจจุบัน Cybercab ขับเคลื่อนด้วยเซลล์แบตเตอรี่ 4680 นิกเกิลของ Tesla เอง ซึ่งการที่เซลล์ LFP มีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่าขนาดมิติตัวเซลล์ การสลับใช้ตรง ๆ อาจทำให้ระยะทางลดลง พื้นที่ว่างที่เว้นไว้จึงมีไว้เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ LFP ชดเชยพลังงานที่หายไป
โดยแลกกับข้อดีคือต้นทุนที่ถูกลง แบตเตอรี่มีความร้อนต่ำกว่า และรองรับรอบการชาร์จได้ทนทานยาวนานขึ้น ทั้งนี้ LFP เพิ่งก้าวขึ้นเป็นเคมีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลกเมื่อปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Tesla ระบุว่าพื้นที่ว่างบางส่วนเกิดขึ้นเนื่องจากรถใช้พลังงานน้อยกว่าที่คาดไว้แต่แรก ซึ่งก่อนหน้านี้ Tesla เคยแจ้งต่อ Sandy Munro ในช่วงต้นปี 2025 ว่าตั้งเป้าขนาดแบตเตอรี่ Cybercab ไว้ต่ำกว่า 50 kWh และให้ระยะทางวิ่งได้เกือบ 300 ไมล์ (ราว 482 กม. ไม่ระบุมาตรฐาน)
โครงสร้างแบตเตอรี่ของ Cybercab ยังยกเลิกการออกแบบ Structural Battery แบบชิ้นเดียวที่เคยใช้ใน Model Y และ Cybertruck โดยหันมาใช้ระบบ 4 โมดูลที่ซีลแยกอิสระในเคสเหล็ก เพื่อให้สามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่เสียหายได้โดยไม่ต้องทิ้งแบตเตอรี่ทั้งลูก

ซึ่ง Robert Sumpf ประเมินว่าแพ็กโครงสร้างแบบเดิมของ Model Y ได้เกรดเพียง D เท่านั้น เพราะซ่อมแซมแทบไม่ได้และมีค่าบริการที่สูงมาก ต่างจาก Cybercab ที่ Chief Engineer อย่าง Eric Earley เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งลูกก่อนวิ่งครบ 500,000 ไมล์ (ราว 804,672 กม.) จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานอย่างมหาศาล จึงต้องออกแบบให้รองรับการซ่อมและรีแมนูแฟกเจอริ่งตั้งแต่แรก
สำหรับแผนการผลิต Cybercab ที่โรงงาน Giga Texas ในขณะนี้เริ่มมีอัตราการผลิตที่เร็วกว่าการนำรถออกไปใช้งานจริง โดย Tesla มีเป้าหมายส่งมอบ Cybercab ให้ลูกค้ารายย่อยภายนอกภายในสิ้นปี 2026 แต่รถส่วนใหญ่จะยังคงเป็นของ Tesla เพื่อให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งนี้ ทางวิศวกรยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการของรุ่นแบตเตอรี่ LFP ซัพพลายเออร์ หรือผลกระทบต่อระยะทางวิ่งจริงอย่างเป็นทางการ
ที่มา: Teslarati
