กลิ่นรถใหม่ที่หลายคนชื่นชอบ แท้จริงแล้วเกิดจากสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่ปล่อยออกมาจากชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น อาการระคายเคืองตา จมูก ทางเดินหายใจ และอาการปวดหัว โดยเฉพาะเมื่อจอดรถตากแดดจัด
เจาะลึก ‘กลิ่นรถใหม่’ มาจากสารเคมี เสี่ยงต่อสุขภาพจริงไหม พร้อมวิธีรับมือ
สำหรับผู้ขับขี่หลายคน การรับรถใหม่ป้ายแดงสร้างความตื่นเต้นทั้งจากสีตัวถังที่เงางาม ห้องโดยสารที่สะอาดสะอ้าน เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รวมถึงความรู้สึกพิเศษที่เป็นเจ้าของคนแรก อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประสบการณ์ที่มักมาคู่กันคือ กลิ่นรถใหม่ ที่หลายคนหลงใหล แต่ที่มาของกลิ่นนี้ไม่ได้เกิดจากน้ำหอมสูตรพิเศษที่ผู้ผลิตฉีดพ่นไว้ แต่เป็นผลมาจากกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน

ทั้งนี้ กลิ่นรถใหม่เกิดจากกระบวนการระเหยของสารเคมี (Off-gassing) ที่หลุดออกจากวัสดุต่าง ๆ เข้าสู่อากาศภายในห้องโดยสาร เนื่องจากภายในรถยนต์ยุคใหม่ประกอบด้วยวัสดุหลากหลายชนิด ทั้งพลาสติก ผ้าใยสังเคราะห์ โฟม ยาง กาว สารเคลือบปิดผนึก และเบาะหนังที่ผ่านการฟอก
สารประกอบเหล่านี้ส่วนใหญ่คือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ซึ่งสามารถระเหยตัวได้ง่ายในอุณหภูมิห้องปกติ ส่งผลให้คอนโซลหน้า เบาะ พรม แผงประตู ผ้าบุหลังคา ตลอดจนกาวที่ยึดชิ้นส่วน ล้วนปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมา และทำให้รถแต่ละรุ่น แต่ละเกรดการตกแต่ง มีกลิ่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จิตวิทยาและสารเคมี: ทำไมหลายคนถึงหลงรักกลิ่นนี้
ในทางจิตวิทยา กลิ่นมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความทรงจำและอารมณ์ การซื้อรถใหม่สำหรับหลายคนถือเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรางวัลจากการทำงานหนัก หรือการเก็บออมเงินมาหลายปี กลิ่นของรถใหม่จึงถูกผูกโยงเข้ากับความสำเร็จ ความสดใหม่ และความสะอาดที่ยังปราศจากคราบหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการใช้งานประจำวัน

แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะใส่ใจเรื่องสัมผัสและกลิ่นของห้องโดยสาร แต่กลิ่นส่วนใหญ่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของวัสดุ ซึ่งมีทั้งผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบ และผู้ที่ไม่ชอบเนื่องจากกลิ่นที่ฉุนเกินไป
วัสดุหลักที่สร้างกลิ่นภายในห้องโดยสาร
ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับกลิ่นรถใหม่ แต่เกิดจากการรวมตัวกันของไอระเหยจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ดังนี้
- พลาสติกและไวนิล: ชิ้นส่วนหลักบนแผงแดชบอร์ด แผงประตู และชิ้นส่วนตกแต่ง
- โฟมซับแรง: ใช้ในเบาะรองนั่งและวัสดุบุหลังคา
- กาวและสารซีลกันรั่ว: สารเคมีที่ใช้ยึดและประกอบชิ้นส่วนห้องโดยสารเข้าด้วยกัน
- ผ้าสังเคราะห์และพรมปูพื้น: ปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมาเมื่อยังเป็นของใหม่
- เบาะหนังและน้ำยาเคลือบผิว: สารเคมีจากกระบวนการฟอกและเคลือบสภาพผิวหนัง
- ยางและโพลิเมอร์: ขอบยางซีลประตู ยางปูพื้น และชิ้นส่วนรองรับต่าง ๆ
นอกจากนี้ อุณหภูมิยังมีผลอย่างมากต่อความเข้มข้นของกลิ่น โดยห้องโดยสารที่จอดตากแดดจะเร่งให้สารเคมีระเหยออกมาในอากาศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่และวิธีดูแลความปลอดภัย
ด้านผลกระทบต่อร่างกาย สาร VOCs บางชนิดที่ปล่อยออกมาสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองตา จมูก คอ หรือกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคมี ความเข้มข้น และระยะเวลาที่ได้รับสัมผัส
โดยเฉพาะสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ซึ่งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS Nexus เมื่อปี 2024 ได้ระบุถึงการสัมผัสสารเคมีในห้องโดยสารรถยนต์ และชี้ให้เห็นว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อการปล่อยสารประกอบอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ารถใหม่ทุกคันจะเป็นอันตราย เพราะระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและระยะเวลาในการสูดดม ทั้งนี้ ความแรงของกลิ่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชี้วัดความเป็นพิษได้
สำหรับผู้ขับขี่สามารถลดผลกระทบได้โดยการเปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นประจำ จอดรถในที่ร่มหรือใช้ม่านบังแดดเพื่อลดความร้อนสะสม รวมถึงระบายอากาศร้อนออกก่อนขับขี่ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมปรับอากาศที่มีกลิ่นฉุนจัดเพื่อไม่เป็นการเพิ่มสารเคมีในอากาศโดยไม่จำเป็น
สำหรับกลิ่นรถใหม่จะค่อยๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติ เนื่องจากวัสดุจะปล่อยสารระเหยออกมามากที่สุดในช่วงแรก และลดน้อยลงตามกาลเวลา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยกลิ่นจากการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ที่มา: Motor1
