Lynk & Co แบรนด์รถยนต์ในเครือ Geely ปล่อยภาพทีเซอร์ของ 08 EM-P รุ่นปี 2027 โฉมปรับปรุงใหม่ เผยสีตัวถังสีส้มสะดุดตา ก่อนเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พ.ย. 2026 พร้อมกระแสข่าวลือลุ้นอัปเกรดระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเพิ่มขึ้น
Lynk & Co ปล่อยภาพทีเซอร์ 08 EM-P รุ่นปรับโฉมใหม่ จ่อเปิดตัว 5 พ.ย. 2026 นี้ พร้อมลุ้นอัปเกรดระยะทางวิ่งไฟฟ้า
Lynk & Co ในเครือ Geely ประกาศเตรียมเปิดตัวเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด 2027 Lynk & Co 08 EM-P รุ่นปรับโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พ.ย. 2026 โดยทางแบรนด์ได้เผยแพร่ภาพทีเซอร์ชุดแรกผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Weibo โชว์ตัวถังสีส้มสะดุดตาซึ่งระบุว่าเป็นเฉดสี Vibrant Orange ที่เตรียมเข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่ให้กับผู้ซื้อ ส่วนชื่อสีอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่เปิดเผยออกมา

รายงานจากสื่อยานยนต์จีนอย่าง Yiche ระบุว่าการปรับโฉมครั้งนี้อาจมาพร้อมการอัปเกรดระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน โดยรุ่นปัจจุบันที่วางจำหน่ายในจีนติดตั้งแบตเตอรี่ LFP ขนาด 38.2 kWh ทำระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 230 กม. มาตรฐาน CLTC (ราว 186 กม. มาตรฐาน WLTP) ซึ่งกระแสข่าวลือล่าสุดระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่รุ่นใหม่จะได้รับการพัฒนาให้วิ่งได้ไกลขึ้นแตะระดับ 300 กม. หรืออาจเปลี่ยนไปใช้เซลล์แบตเตอรี่แบบ NMC เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Lynk & Co 900 ที่ใช้แบตเตอรี่ NMC ขนาด 52.4 kWh วิ่งได้ 280 กม. มาตรฐาน CLTC (ราว 227 กม. มาตรฐาน WLTP) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสเปกแบตเตอรี่ใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สำหรับ Lynk & Co 08 EM-P เป็นรถเอสยูวีขนาดกลางที่ทำตลาดเฉพาะระบบส่งกำลังแบบ PHEV ในประเทศจีน โดยมีราคาจำหน่ายในรุ่นปัจจุบันระหว่าง 175,800 ถึง 228,800 หยวน (ราว 8.79 แสน ถึง 1.14 ล้านบาท) ในแง่สมรรถนะ รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD จับคู่เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 120 kW (161 แรงม้า) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า 180 kW (241 แรงม้า) และระบบเกียร์ 3-speed DHT ให้พละกำลังรวม 300 kW (402 แรงม้า) มีแบตเตอรี่ LFP ให้เลือกสองขนาดคือ 28.3 kWh วิ่งได้ 160 กม. มาตรฐาน CLTC (ราว 130 กม. มาตรฐาน WLTP) และขนาด 38.2 kWh วิ่งได้ 230 กม. มาตรฐาน CLTC (ราว 186 กม. มาตรฐาน WLTP)


ขณะที่รุ่นท็อปขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังเพิ่มอีก 156 kW (209 แรงม้า) ส่งผลให้พละกำลังรวมเพิ่มขึ้นเป็น 456 kW (612 แรงม้า) ใช้แบตเตอรี่ขนาด 38.2 kWh วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 210 กม. มาตรฐาน CLTC (ราว 170 กม. มาตรฐาน WLTP) ด้านมิติตัวถังมีความยาว 4,825 มม. กว้าง 1,915 มม. สูง 1,660 มม. และระยะฐานล้อ 2,848 มม. ติดตั้งช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson strut และด้านหลังแบบ Multi-link รองรับล้อขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ติดตั้งเซนเซอร์รอบคันจัดเต็ม โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อม LiDAR ติดตั้งบนหลังคา, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว, เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 11 ตัว ประมวลผลผ่านชิป Nvidia Orin-Y กำลังประมวลผล 200 TOPS ส่วนรุ่นท็อป AWD เพิ่มเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรอีก 2 ตัว พร้อมอัปเกรดชิปประมวลผลเป็น Nvidia AGX Thor กำลังประมวลผล 700 TOPS ทั้งนี้ระบบรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ Navigate-on-Autopilot (NoA) ทั้งในเมืองและบนทางหลวง โดยการปรับโฉมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย หลังจากที่ทำยอดขายในจีนเมื่อเดือน ก.ย. 2026 ไปได้เพียง 1,441 คัน

ที่มา: CarNewsChina
