Nio ประกาศความสำเร็จของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 925V ที่พัฒนาขึ้นเอง คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ China-SAE 2026 ด้วยความหนาแน่นกำลังมอเตอร์สูงถึง 19.06 kW/kg พร้อมระบบสลับฮาร์ดแวร์มอเตอร์เป็นตัวบูสต์แรงดันชาร์จ DC กำลังไฟพีค 202.78 kW โดยเข้าสู่สายการผลิตระดับล้านชุดและติดตั้งในรถยนต์ Nio และ Onvo หลายรุ่น
Nio โชว์มอเตอร์ 925V ความหนาแน่น 19 kW/kg พร้อมฟังก์ชันชาร์จบูสต์ 200 kW คว้ารางวัลวิศวกรรมยอดเยี่ยม!
โครงการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่นำโดย Nio สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง (First Prize) ในงานประกาศรางวัล China Society of Automotive Engineers (China-SAE) Science and Technology Progress Awards ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเป็นการร่วมมือพัฒนาระหว่าง Nio, มหาวิทยาลัย Tongji, มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin University of Science and Technology) รวมถึง Baoshan Iron & Steel

เทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้าเจเนอเรชันนี้ได้เริ่มเข้าสู่สายการผลิตจริงตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2024 และผลิตไปแล้วในระดับล้านยูนิต โดยโครงการดังกล่าวได้รับสิทธิบัตรที่ได้รับการรับรองแล้ว 146 ฉบับ และมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานยานยนต์ระดับชาติของจีนถึง 6 ฉบับ ทั้งนี้ ปัจจุบันได้ถูกนำไปติดตั้งใช้งานจริงในรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ Nio ได้แก่ รุ่น ET9, ES8 และ ES9 รวมถึงแบรนด์ลูกอย่าง Onvo ในรุ่น L90 และ L80
สมรรถนะและความหนาแน่นกำลังระดับแนวหน้า
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสถาปัตยกรรม 925V เปิดเผยตัวเลขประสิทธิภาพสำคัญ โดยมอเตอร์ไฟฟ้ามีความหนาแน่นกำลัง (Motor power density) สูงถึง 19.06 kW/kg ขณะที่ชุดควบคุมมอเตอร์ (Controller power density) มีความหนาแน่นกำลัง 226.92 kW/L ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเฉพาะชิ้นส่วนแยก ไม่ได้รวมน้ำหนักของชุดเกียร์ทดรอบ เฟืองท้าย หรือเสื้อเกียร์ทั้งหมด

ด้านการผลิตมอเตอร์ Nio ได้พัฒนาสถาปัตยกรรม W-Pin แบบขดลวดคลื่นต่อเนื่อง (Continuous-wave winding) โดยใช้ลวดทองแดงแบนความยาวเส้นละ 5 เมตร จำนวน 12 เส้น ดัดขึ้นรูป 24 โค้งด้วยเครื่องมือความแม่นยำสูง แทนการตัดและเชื่อมต่อทองแดงเป็นท่อนแบบ Hairpin ทั่วไป
ซึ่งทีมวิศวกรได้เปลี่ยนมาใช้วิธีการดัดขึ้นรูประนาบเดี่ยว (Planar forming) เพื่อป้องกันการยืดตัวของทองแดงและรักษาชั้นฉนวน ทำให้ควบคุมความหนาของชั้นฉนวนไว้ได้ที่ 0.14 มม. และคุมค่าพิกัดความเผื่อในการประกอบมอเตอร์ได้ภายใน 0.02 มม.
ความทนทานแรงดันสูงและระบบชาร์จ Voltage-Boosted
สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 925V ทำงานร่วมกับอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ Silicon Carbide (SiC) ซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องที่อุณหภูมิสูงนาน 1,300 ชั่วโมงโดยไม่เกิดข้อผิดพลาด การทดสอบจำลองสภาวะพื้นที่สูง 5,500 เมตร มากกว่า 500 ชั่วโมง ซึ่งต้องรองรับการสลับกระแสไฟสูงถึง 15,000 ครั้งต่อวินาที รวมถึงการทนต่อแรงสั่นสะเทือนระดับ 5.5g และทนสภาพอากาศสุดขั้วตั้งแต่ -40°C ถึง +85°C นานกว่า 2 เดือน
นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์แปลงแรงดันไฟฟ้าในตัว (Voltage-boosted charging) โดยไม่ต้องติดตั้งโมดูล Boost Converter แยกภายนอก ด้วยการใช้ขดลวดของมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่สร้างความเหนี่ยวนำ และใช้อินเวอร์เตอร์ควบคุมการแปลงแรงดัน ทำให้สามารถรองรับตู้ชาร์จ DC แรงดันต่ำและเพิ่มแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมกับแบตเตอรี่แรงดันสูงของตัวรถได้
โดยให้กำลังชาร์จบูสต์สูงสุดที่ 202.78 kW อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงจะขึ้นอยู่กับหัวจ่ายและสภาวะการทำงานของรถยนต์ในขณะนั้น ขณะที่รายละเอียดการทำตลาดของรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีนี้ในไทยยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยออกมาในปัจจุบัน
ที่มา: CarNewsChina
