Tesla เผยอินเวอร์เตอร์เจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Cybercab ออกแบบให้มีขนาดพอดีกับโครงสร้างชุดขับเคลื่อนของ Model Y และสามารถนำมาสับเปลี่ยนใส่แทนกันได้ทันที โดยแชร์ชิ้นส่วนบางส่วนร่วมกับรถบรรทุกไฟฟ้า Semi ซึ่งช่วยลดชิ้นส่วน ลดความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างก้าวกระโดด
Tesla จ่ออัปเกรดอินเวอร์เตอร์ Cybercab ลง Model 3 และ Model Y ลดชิ้นส่วน แชร์เทคโนโลยีเดียวกับ Semi!
วิศวกรของ Tesla เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่านการสัมภาษณ์ของ Munro Live ว่า อินเวอร์เตอร์ (Inverter) รุ่นปรับปรุงใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับ Cybercab หุ่นยนต์แท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ อาจไม่ได้ถูกจำกัดการใช้งานอยู่แค่ใน Cybercab ในระยะยาว เนื่องจากตัวโครงและอินเทอร์เฟซทั้งหมดได้รับการออกแบบมาให้ตรงกับชุดขับเคลื่อนของ Model Y ปัจจุบัน ทำให้สามารถติดตั้งแทนที่ได้ทันที

สเปกอินเวอร์เตอร์ใหม่: เรียบง่ายขึ้น รองรับระบบ 12V และ 48V
อินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้มีจำนวนชิ้นส่วนน้อยกว่าอินเวอร์เตอร์ที่ใช้งานอยู่ในรถยนต์ Tesla รุ่นวางจำหน่ายทั่วไป มีการตัดชิ้นส่วนซ้ำซ้อนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อลดความซับซ้อนในการผลิต ทั้งนี้ ชิ้นส่วนประกอบทั้งหมดพร้อมจัดหาจากผู้ผลิตอย่างน้อย 2 ราย เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ แผงวงจร (Circuit board) ของอินเวอร์เตอร์ใหม่ยังรองรับการทำงานทั้งระบบไฟ 12V และ 48V อีกทั้งยังใช้สายการผลิตร่วมกับอินเวอร์เตอร์รุ่นปัจจุบันในโรงงาน Fremont ได้ทันที โดยทีมวิศวกรยืนยันว่า แผงวงจรและชุด Power Stage รูปแบบใหม่นี้มีกำหนดเริ่มจัดส่งออกจากโรงงาน Fremont ภายในช่วงปลายปี 2026
แชร์ฮาร์ดแวร์ร่วมกับ Tesla Semi: ลดต้นทุนทั้งไลน์ผลิต
เมื่อถูกถามว่าอินเวอร์เตอร์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ใน Model Y ด้วยหรือไม่ ทาง Lars Moravy ผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla ได้ตอบอย่างมีอารมณ์ขันว่า “ขอใช้สิทธิไม่ตอบคำถาม” อย่างไรก็ตาม แนวทางการผลิตของ Tesla เน้นการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันข้ามรุ่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งทีมงานระบุว่าอินเวอร์เตอร์ตัวนี้ใช้ฮาร์ดแวร์แบบเดียวกับที่ใช้อยู่ใน Tesla Semi ส่งผลให้ทั้งรถยนต์รุ่นเล็กที่สุดและรุ่นใหญ่ที่สุดของค่ายแชร์ชุดประกอบและเทคโนโลยีร่วมกัน
ด้วยความที่ชุดอินเวอร์เตอร์ใหม่ใช้เคสภายนอกรวมถึงจุดเชื่อมต่อแบบเดียวกับยูนิตปัจจุบัน และเตรียมผลิตที่โรงงาน Fremont ในปีนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ Tesla จะเริ่มนำไปติดตั้งใน Model 3 และ Model Y เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความคล่องตัวในสายการผลิต
ที่มา: Not a Tesla App
