Fang Cheng Bao ประสบความสำเร็จทำยอดขายได้ถึง 300,000 คัน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับแบรนด์ลูกที่เน้นรถยนต์สไตล์เฉพาะตัวของ BYD โดยทางแบรนด์ได้ประกาศความสำเร็จนี้ผ่านทาง Weibo เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 70 วันเท่านั้นหลังจากที่เพิ่งทำยอดขายครบ 200,000 คันไปก่อนหน้านี้
Fang Cheng Bao ยอดขายทะลุ 300,000 คัน รุ่น Tai 7 แบกทีมกวาดไปแสนคัน
Fang Cheng Bao รุ่นที่โดดเด่นอย่าง Tai 7 ทำยอดขายสะสมไปได้ถึง 100,000 คัน ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ SUV ไฮบริดรุ่นนี้ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 มีสัดส่วนยอดขายถึง 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมดของแบรนด์ Fang Cheng Bao

BYD ได้เปิดตัวแบรนด์ Fang Cheng Bao ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2023 โดยมีรถรุ่นแรกคือ Bao 5 รถออฟโรด SUV เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2023 ตามมาด้วยรุ่นที่สองคือ Bao 8 รถออฟโรด SUV ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2024
สำหรับซีรีส์ Tai นั้น รุ่นแรกคือ Tai 3 SUV ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 เมษายนปีที่แล้ว ในขณะที่อีกรุ่นในไลน์การผลิตเดียวกันอย่าง Tai 7 เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 กันยายน

โดย Tai 7 เป็นรถ SUV สำหรับครอบครัวที่มีขนาดความยาว 4,999 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,865 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,920 มม. ซึ่งปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นในจีนอยู่ที่ 179,800 หยวน หรือประมาณ 854,000 บาท

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Fang Cheng Bao เพิ่งประกาศยอดขายครบ 200,000 คัน โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อคันอยู่ที่ 238,800 หยวน หรือประมาณ 1,134,000 บาท
ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Fang Cheng Bao สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ที่ 50,868 คัน ซึ่งเป็นการขายเกิน 50,000 คันต่อเดือนได้เป็นครั้งแรก และถือเป็นการเติบโตขึ้นถึง 345.51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

โดยรุ่น Tai 3 และ Tai 7 จากซีรีส์ Tai คือพระเอกที่ช่วยดันยอดขายหลักในเดือนที่ผ่านมา ด้วยยอดขาย 5,530 คัน และ 34,088 คันตามลำดับ ส่วนรุ่นในซีรีส์ Bao อย่าง Bao 5 และ Bao 8 มียอดขายอยู่ที่ 8,777 คัน และ 2,473 คันตามลำดับในเดือนธันวาคม
ที่มา cnevpost
