Tesla ได้ประกาศเปิดตัวอัปเดตต้อนรับฤดูร้อน (Summer Update) อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าเป็นอัปเดตเวอร์ชัน 2026.26 (อ้างอิงจากการแกะรหัสแอปพลิเคชันเมื่อเร็ว ๆ นี้) อัปเดตนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าตื่นเต้นมากมาย เช่น การรองรับสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Grok, ความสามารถในการจดจำเส้นทางที่ใช้ประจำ และอื่นๆ อีกมากมาย
Tesla เตรียมปล่อยอัปเดตใหญ่รับ Summer! เพิ่มคำสั่งเสียง Grok แต่งลายรถผ่านแอป และสารพัดฟีเจอร์ใหม่เพียบ

คำสั่งเสียงสั่งการรถผ่าน Grok
Tesla ได้ขยายขีดความสามารถของ Grok ด้วยการเพิ่มชุดคำสั่งควบคุมรถ โดยในอัปเดตนี้ ผู้ใช้สามารถสั่งให้โทรออก, ค้นหาและเปิดเพลง, ปรับระบบปรับอากาศ และเปิดเก๊ะเก็บของหน้าคอนโซลได้

การสั่งให้โทรออกและเล่นเพลงได้ นอกเหนือจากระบบนำทางที่เพิ่มไปก่อนหน้านี้ ถือเป็นการตอบโจทย์คำสั่งเสียงที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด และคาดว่าจะสามารถสั่งให้เปิดระบบระบายอากาศหรือระบบอุ่นเบาะได้ด้วย ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการกดผ่านหน้าจอ
โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งเรียกใช้งาน “Hey, Grok” เพิ่มเข้ามา ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการตั้งค่าตัวรถและการสั่งงานระบบ FSD ผ่าน Grok เพิ่มเติมด้วย
Grok พร้อมใช้งานทั่วทั้งยุโรป
Tesla ประกาศว่าอัปเดตนี้จะทำให้ Grok พร้อมใช้งานครอบคลุมทุกประเทศในยุโรป ซึ่งรวมถึงระบบสั่งการนำทางและฟีเจอร์คำสั่งควบคุมรถใหม่ๆ ทั้งหมด
ส่งรูป Wrap รถแบบกำหนดเองผ่าน Tesla App
สำหรับคนที่ชอบแต่งรถ นี่คือฟีเจอร์ใหม่ที่สะดวกขึ้นมาก เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องถอด USB Drive ออกจากรถเพื่อนำไปลงไฟล์สติ๊กเกอร์ Wrap รถอีกต่อไป

Tesla ได้เพิ่มความสามารถในการอัปโหลดรูป Wrap รถที่กำหนดเองได้โดยตรงจาก Tesla App นั่นหมายความว่า ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดรูปจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย แล้วอัปโหลดเข้าสู่ตัวรถได้ทันที
นอกเหนือจากนี้ ฟีเจอร์กรอบป้ายทะเบียนแบบกำหนดเองก็มีความเกี่ยวข้องกัน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกรวมเข้ามาในอัปเดตนี้ด้วย
กำหนดระดับแบตเตอรี่คงเหลือเมื่อถึงจุดหมายผ่าน Mobile App
ฟีเจอร์นี้คล้ายกับสิ่งที่ Tesla เคยเพิ่มในตัวรถในอัปเดตเวอร์ชัน 2024.44 โดยในครั้งนี้ ผู้ใช้จะสามารถกำหนดเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ที่ต้องการให้เหลืออยู่เมื่อเดินทางถึงจุดหมายได้ผ่าน Tesla App โดยตรง ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะมีแบตเตอรี่เหลือเพียงพอสำหรับขับเที่ยวต่อ หรือเพียงพอที่จะขับไปชาร์จไฟในวันถัดไป

ระบบนำทางอัตโนมัติ (Automatic Navigation)
Tesla ได้ปรับปรุงระบบนำทางอัตโนมัติให้ฉลาดขึ้น จากเดิมที่ระบบจะนำทางไปยังบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่ในปฏิทินให้อัตโนมัติ ปัจจุบันระบบจะขยายความสามารถให้ครอบคลุมถึงจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ที่เดินทางไปเป็นประจำด้วย โดยระบบจะประเมินความคุ้นเคยและความเป็นไปได้ เพื่อตั้งค่าเส้นทางให้อัตโนมัติ

ระบบให้คะแนนการร้องเพลง Caraoke
แม้เปิดตัวระบบ Caraoke มาตั้งแต่ปี 2018 แต่ในอัปเดตนี้ Tesla ได้เพิ่มความสนุกด้วยการมีระบบประเมินให้คะแนนเสียงร้อง ทั้งนี้ ในปี 2024 Tesla เคยเปิดตัวไมโครโฟน Caraoke ใน Store ของตัวเอง (ราคาประมาณ 3,000–3,500 บาท หรือ 99 USD) เพื่อให้ผู้โดยสารตอนหลังสนุกไปด้วยกันได้

และมีข้อมูลระบุว่าในอนาคตอาจมีฟีเจอร์อัดคลิปขณะร้องเพลงเพื่อแชร์ลงโซเชียลมีเดียผ่านแอปพลิเคชันได้ โดยฟีเจอร์การให้คะแนนนี้จะใช้งานได้เฉพาะตอนที่จอดรถ (Park) เท่านั้น
จดจำเส้นทางโปรด (Preferred Routes)
หนึ่งในฟีเจอร์ไฮไลท์คือ รถจะสามารถจดจำเส้นทางที่ผู้ใช้ชอบใช้ได้ โดย Tesla ระบุว่าระบบนำทางจะให้ความสำคัญกับเส้นทางที่เคยขับผ่านมาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าผู้ใช้จะขับเอง หรือใช้ระบบขับอัตโนมัติ (FSD) ระบบก็จะนำเส้นทางที่คุ้นเคยมาคำนวณด้วย แต่หากเส้นทางใหม่ที่ระบบคำนวณได้ประหยัดเวลากว่ามาก ระบบก็ยังคงเลือกเส้นทางที่เร็วกว่าให้อยู่ดี

ควบคุมเบาะนั่งผ่านหน้าจอ
จากเดิมที่ Tesla ตัดปุ่มปรับเบาะแบบฟิสิคัลตรงข้างเบาะหน้าออกในรุ่น Standard เพื่อลดต้นทุน แล้วเปลี่ยนไปให้ปรับผ่านหน้าจอแทน ในอัปเดตต้อนรับฤดูร้อนนี้ หน้าจอสำหรับควบคุมและปรับตำแหน่งเบาะนั่งจะถูกปล่อยอัปเดตให้กับรถยนต์ Tesla ทุกรุ่น

ระบบล็อกหน้าจอแสดงผลด้านหลัง
ต่อเนื่องจากการเพิ่มระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง (Parental Controls) Tesla ได้เพิ่มฟีเจอร์ล็อกหน้าจอด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเล็กหรือผู้โดยสารตอนหลังเผลอไปเปิดวิดีโอ เล่นเกม หรือปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบปรับอากาศโดยไม่ตั้งใจ

ดูสถิติระบบขับขี่อัตโนมัติ (Self-Driving) ในแอปพลิเคชัน
ผู้ใช้สามารถเข้าดูสถิติการใช้งานระบบ FSD (Full Self-Driving) ได้โดยตรงผ่าน Tesla App ทั้งข้อมูลระยะทางรวมที่ใช้ FSD ข้อมูลการใช้งานต่อเนื่อง (Streaks) และบทเรียนวิธีการใช้งานต่าง ๆ

ปรับแต่งมุมมองภาพจำลอง FSD (FSD Visualization)
ผู้ใช้สามารถตั้งค่าระดับการย่อ-ขยาย (Zoom) ของภาพจำลองการขับขี่บนหน้าจอได้ตามใจชอบ ซึ่งช่วยให้เห็นมุมมองสภาพแวดล้อมรอบตัวรถขณะเปิดใช้ FSD ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เว็บบราวเซอร์รองรับการใช้งานกล้องและไมโครโฟน
เว็บบราวเซอร์ในรถจะสามารถเข้าถึงกล้องส่งภาพในห้องโดยสารและไมโครโฟนได้ (เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ใช้) ซึ่งช่วยเปิดประตูให้รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันประชุมและสื่อสารต่าง ๆ บนเว็บได้ เช่น Discord, Google Meet และ Microsoft Teams

แอนิเมชันต้อนรับขณะขึ้นรถ (Entry Animations)
เพิ่มลูกเล่นแอนิเมชันแสดงผลต้อนรับบนหน้าจอขณะขึ้นรถ สำหรับผู้ใช้ Model 3 (รุ่นปี 2024 ขึ้นไป) และ Model Y รุ่นปรับโฉมใหม่

ปรับปรุง Apple Music
ปรับปรุงให้ผู้ใช้ Apple Music สามารถกดเพิ่มเพลงเข้าคิวเล่นถัดไป (Queue) ได้โดยตรงจากหน้าค้นหาหรือหน้าศิลปิน

ค้นหา Supercharger ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ผู้ใช้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานี Supercharger โดยระบุจาก “ชื่อสถานี” ได้โดยตรง (เช่น Tesla Diner) นอกเหนือจากการค้นหาด้วยที่อยู่แบบเดิม
Tesla ระบุว่าจะเริ่มปล่อยอัปเดตนี้ในเร็วๆ นี้ โดยจะทยอยปล่อยทีละกลุ่ม ซึ่งช่วงแรกจะมีรถเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับอัปเดต และรถที่ใช้ FSD เวอร์ชันล่าสุดอาจจะต้องรอการรวมซอฟต์แวร์นานกว่าปกติเล็กน้อย
ที่มา notateslaapp
