ใน ,

Tesla เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ พร้อมนำการตั้งค่าเบรกรีเจนกลับมาแล้ว

Tesla ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ พร้อมนำการตั้งค่าเบรกรีเจนกลับมาสู่รถ Tesla อีกครั้ง ภายหลังที่ได้นำฟีเจอร์ดังกล่าวออกไปในปี 2020 พร้อมทั้งสามารถตั้งค่าระบบเบรกรีเจนได้อีกด้วย

Tesla เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ พร้อมนำการตั้งค่าเบรกรีเจนกลับมาแล้ว

Tesla ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ที่นำการตั้งค่าระบบเบรกรีเจนกลับมาสู่รถ Tesla อีกครั้ง ทำให้ผู้ใช้รถ Tesla เข้าไปปรับความแรงของรีเจนเบรกได้อีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla

ระบบเบรกรีเจนคืออะไร?

Regenerative Brake หรือ ระบบเบรกรีเจน จะทำหน้าที่เรียกคืนพลังงานเมื่อรถเคลื่อนที่ช้าลง ในขณะที่เราปล่อยคันเร่งรถก็ดึงพลังงานจากมอเตอร์กลับมาชาร์จที่แบตเตอรี่ รวมถึงการแตะเบรกก็ช่วยให้ระบบนี้ทำงานด้วยเช่นกัน โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถใช้งานได้ตอนที่เราใช้โหมดการขับแบบ one-pedal แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบเบรกรีเจนก็ทำหน้าที่แทนโดยเราไม่ต้องแตะเบรกเหมือนรถยนต์ทั่วไป

การตั้งค่าฟีเจอร์ดังกล่าวนี้กลายเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งภายหลังที่ Tesla ตัดสินใจยกเลิกระบบเบรกรีเจนไปในปี 2020 ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าต้องขับอย่างประหยัดพลังงานมากขึ้น เพราะ Tesla นำฟีเจอร์นี้ออกไปจึงทำให้การเบรกแต่ละครั้งไม่สามารถเรียกคืนพลังงานไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่รถได้

ตอนนี้ Tesla ได้นำการตั้งค่าฟีเจอร์ดังกล่าวกลับมาในการอัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ซึ่งทาง Tesla จะปล่อยให้รถรุ่นอื่น ๆ อัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นนี้ในอนาคตด้วยเช่นกัน

โดยการตั้งค่าฟีเจอร์เบรกรีเจนที่อัปเดตมาแล้วมีให้เลือกถึง 2 โหมด ได้แก่

  • โหมด Standard : จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถได้สูงสุด เมื่อปล่อยคันเร่งรถก็จะช้าลงยิ่งขึ้น
  • โหมด Low : เมื่อปล่อยคันเร่งจะทำให้รถชะลอความเร็วและแล่นออกไปได้ไกลกว่าปกติ

เจ้าของรถ Tesla สามารถตั้งค่าการใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้โดยเข้าไปที่ Controls > Pedals & Steering > Regenerative Braking

สำหรับเมนูภาษาไทยให้เข้าไปที่ การควบคุม > คันเร่งและพวงมาลัย > ระบบเบรกแบบจ่ายพลังงานใหม่

ความคิดเห็นส่วนตัว

สำหรับระบบเบรกรีเจนถือว่าเป็นข้อดีและเป็นตัวช่วยเรียกคืนพลังงานให้กับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ และยังสามารถใช้ร่วมกับการขับขี่แบบ One-Pedal อีกด้วย ทำให้อดกังวลไม่ได้หากเราเกิดไม่แตะเบรกระหว่างตอนขับรถ อาจเกิดอุบัติเหตุชนท้ายแก่เจ้าของรถได้ อย่างไรก็ตามต้องขับขี่อย่างระมัดระวัง และมีสติทุกครั้งเมื่ออยู่บนท้องถนน

ที่มา – electrek

แสดงความคิดเห็น

คุณคิดอย่างไร?

เขียนโดย Thanakrit Kongpon

BYD Denza N7 มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP สองตัวเลือกระบบขับเคลื่อน วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 702 กม.

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน กลับมาเดือด! อีกครั้งด้วยราคา หลังจาก BYD ทำยอดขายแซงผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla