Denza ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมในเครือของ BYD ได้เปิดตัวรถยนต์ SUV ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่น N8L ปรับโฉมใหม่ล่าสุดในประเทศจีน การอัปเดตครั้งนี้ได้เพิ่มระยะทางการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วนเป็น 430 กิโลเมตร และมาพร้อมกับระบบ Flash Charging โดย N8L รุ่นใหม่นี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคา 319,800 หยวน และ 349,800 หยวน ประมาณ 1,503,000 ถึง 1,644,000 บาท
BYD เปิดตัว Denza N8L รุ่นปรับปรุงใหม่ SUV ปลั๊กอินไฮบริดสุดหรู ชาร์จไว 5 นาที วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลขึ้น
รถยนต์ SUV ขนาด 6 ที่นั่งรุ่น N8L นี้ เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2025 โดยถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นที่จับต้องได้ง่ายกว่ารุ่น Denza N9 ในตอนนั้นตัวรถใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด เครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้เพียง 230 กิโลเมตร

ต่อมาข้อมูลของ N8L รุ่นปรับโฉมนี้ได้ถูกเปิดเผยในบัญชีรายชื่อของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ช่วงกลางเดือนมีนาคม และ Denza ได้เริ่มเปิดยอดจองล่วงหน้าในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
สิ่งใหม่ๆ ใน Denza N8L
ไฮไลท์เด่นของการปรับโฉม N8L ครั้งนี้คือระบบชาร์จไวพิเศษ (Flash Charging) ของ BYD ซึ่งทาง Denza อ้างว่าสามารถรองรับกำลังไฟชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC Fast Charging) ได้สูงสุดถึง 728 kW รถ SUV รุ่นนี้สามารถใช้งานร่วมกับเครือข่ายระบบชาร์จความเร็วสูงของยักษ์ใหญ่ยานยนต์จีนได้ โดยมีประสิทธิภาพดังนี้:
- ชาร์จจาก 10% ถึง 70% ใช้เวลาเพียง 5 นาที
- ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที
- ในสภาพอากาศหนาวจัดติดลบ 30 องศาเซลเซียส การชาร์จจะช้าลงกว่าเดิมเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ความเร็วในการชาร์จนี้เกิดขึ้นได้จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 1,000V แบบใหม่ของ N8L ร่วมกับแบตเตอรี่แบบ LFP ที่ได้รับการเพิ่มความจุเป็น 75.26 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ขนาดเดิมที่ 46.99 kWh ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน CLTC เพิ่มขึ้นจาก 230 กิโลเมตร เป็น 430 กิโลเมตร
ราคาและรุ่นย่อย
Denza N8L รุ่นใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 319,800 หยวน (ประมาณ 1.6 ล้านบาท) ส่วนรุ่นท็อปเรือธงมีราคาอยู่ที่ 349,800 หยวน (ประมาณ 1.76 ล้านบาท) ซึ่งจะได้รับออปชันเสริม เช่น ล้อขนาด 21 นิ้ว, ประตูไฟฟ้า, ระบบดึงกลับสายเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ, หน้าจอสำหรับผู้โดยสารแถวสองขนาด 17.3 นิ้ว และเบาะนั่งหน้าฝั่งผู้โดยสารแบบไร้แรงโน้มถ่วง (Zero-Gravity)

อย่างไรก็ตาม ระบบไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นและฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านี้ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น โดยราคาเริ่มต้นของ N8L ในปี 2025 ที่เคยอยู่ที่ 299,800 หยวน (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอีก 20,000 หยวน (ประมาณ 94,000 บาท)

โครงสร้างตัวถังและข้อมูลทางเทคนิค
Denza N8L มีขนาดตัวถังความยาว 5,200 มม., กว้าง 1,999 มม., สูง 1,820 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,075 มม. น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 2,980 ถึง 3,120 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ (Dual Wishbone) และด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ 5 จุด (Five-bar Multi-link)

ตัวรถยังติดตั้งระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A ของ BYD และระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear Wheel Steering) ที่เลี้ยวได้สูงสุด 10 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวให้แคบลงเหลือเพียง 4.58 เมตร
ด้านระบบช่วยขับขี่ทำงานผ่านระบบ DiPilot 300 ของบริษัท โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์ LiDAR ที่ติดตั้งบนหลังคา, เรดาร์แบบคลื่นมิลลิเมตร (mmWave) 3 ตัว และกล้องตรวจจับอีก 7 ตัว
Denza N8L สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มปลั๊กอินไฮบริดมอเตอร์ 3 ตัว “e3” (หรือ Yi San Fang) ของ BYD ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 2.0T และมอเตอร์เดี่ยวที่เพลาหน้า ร่วมกับมอเตอร์คู่ที่เพลาหลัง โดยเครื่องยนต์สันดาปให้กำลัง 150 kW (202 แรงม้า) ขณะที่พละกำลังรวมทั้งระบบสูงถึง 560 kW (751 แรงม้า)

ภายในห้องโดยสาร จัดวางที่นั่งแบบ 2+2+2 เบาะนั่งแถวที่หนึ่งและแถวที่สองติดตั้งระบบทำความร้อน ระบบนวด และระบบระบายอากาศมาให้เป็นมาตรฐาน ส่วนเบาะแถวที่สามจะมีเพียงระบบทำความร้อนเท่านั้น สำหรับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางด้านหน้ามีขนาด 17.3 นิ้ว และผู้โดยสารตอนหน้ายังมีหน้าจอส่วนตัวขนาด 13.2 นิ้วอีกด้วย
จากข้อมูลของ China EV DataTracker ระบุว่า Denza ได้ส่งมอบรถรุ่น N8L ในประเทศจีนไปจำนวน 2,032 คันในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยรถ SUV รุ่นนี้ทำยอดขายได้อย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดตัวในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งทำยอดจำหน่ายสูงสุดได้ถึง 6,510 คันในเดือนธันวาคม 2025 ก่อนที่มาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) บางส่วนของจีนจะเริ่มทยอยหมดอายุลง

แม้ว่าปัจจุบันยอดขายจะชะลอตัวลง แต่การเปิดตัวระบบชาร์จไวพิเศษและระยะทางวิ่งไฟฟ้าที่ไกลขึ้นนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ N8L ได้เป็นอย่างดี และสิ่งที่น่าสนใจคือ Denza ได้มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 10,000 หยวน (ประมาณ 47,000 บาท หรือ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของรถ BYD และ Mercedes-Benz ซึ่งอาจเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรทางธุรกิจรายเดิมของพวกเขานั่นเอง
