ใน

รีวิว BYD SEALION 5 DM-i ไฮบริดประหยัดและแรงในคันเดียว วิ่งไกลสูงสุด 1,200+ กม.

สำหรับผู้ที่ยังมีความกังวลในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% รถยนต์ระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างมาก และล่าสุดกับ BYD Sealion 5 DM-i ก็เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมาก เพราะชูจุดเด่นด้านความแรงและความประหยัดที่ควบคู่กัน สามารถเดินทางไกลได้สูงสุดกว่า 1,200 กิโลเมตร โดยรุ่นที่นำมารีวิวในครั้งนี้คือรุ่นท็อป Premium [00:22, 40:08]

รีวิว BYD SEALION 5 DM-i ไฮบริดประหยัดและแรงในคันเดียว วิ่งไกลสูงสุด 1,200+ กม.

1. มิติตัวรถ ดีไซน์ภายนอก และความอเนกประสงค์ [00:55]

  • ขนาดตัวรถกว้างขวาง: มีความยาว 4,735 มม., กว้าง 1,860 มม., สูง 1,710 มม. และระยะฐานล้อ 2,712 มม. [01:01] ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) อยู่ที่ประมาณ 156-175 มม. สามารถลุยเส้นทางต่าง ๆ ได้ดี เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัว [01:17, 01:25]

  • ดีไซน์หน้า-หลังดุดัน: กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมลวดลายทันสมัย พร้อมโลโก้ BYD ขนาดใหญ่ [01:44] ไฟหน้า Full LED เป็นโคมโปรเจกเตอร์ 2 ดวง พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ [02:05] ด้านหลังโดดเด่นด้วยเส้นไฟท้าย LED ลากยาว Sequential ลื่นไหล [05:42] ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ยาง 225/60 R18) [02:59]

  • สิ่งอำนวยความสะดวกภายนอก: กระจกมองข้างมีไฟ Welcome Light ส่องสว่างลงพื้น [03:16] รองรับระบบปลดล็อกรถผ่านการ์ด NFC [03:20] ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า สามารถตั้งระดับความสูงได้ [07:02, 07:28] ความจุสัมภาระท้ายขนาด 530 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,480 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวหลังแบบ 60:40 [08:49, 09:20] นอกจากนี้ยังมีหัวปลั๊กจ่ายไฟภายนอก V2L รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,500 วัตต์ [06:46, 10:12]

2. ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย และฟังก์ชันล้นคัน [12:46]

  • พื้นที่ผู้โดยสารตอนหลัง: ประตูเปิดได้กว้างขวาง ก้าวขึ้น-ลงรถสะดวก [12:46] ตัวเบาะนุ่มหนาและกระชับ องศาเอนกำลังดี [13:00] พื้นที่วางขา (Legroom) เหลือเฟือกว่า 2 กำปั้น และพื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) โปร่งสบาย [13:39] มีที่พักแขนพร้อมช่องวางแก้วขนาดใหญ่ [12:31] แอร์หลัง 2 ช่อง และช่อง USB Type-A / Type-C อย่างละช่อง [12:21]

  • เบาะนั่งคู่หน้าและคอนโซล: เบาะฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าได้ละเอียด (รวมถึงปรับระดับความสูงได้) [17:25] เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศ (Ventilation) ปรับได้ 3 ระดับ [15:59, 22:03] แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) จ่ายไฟแรงถึง 50 วัตต์ [16:21] ช่องเก็บของคอนโซลกลางออกแบบพื้นที่ Double Layer มีช่องเชื่อมต่อครบครันรวมถึงสล็อตสำหรับใส่ Micro SD Card เพื่อบันทึกกล้องรอบคัน [16:42, 16:53]

  • หน้าจออัจฉริยะและการควบคุม: หน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว [18:31] หน้าจอกลางขนาด 12.8 นิ้ว สไตล์ Android ปรับหมุนได้และลื่นไหลดีเยี่ยม รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto [20:07, 21:13] มีลูกเล่นการปรับอุณหภูมิแอร์หรือพัดลมแอร์ได้ง่าย ๆ โดยใช้ 3 นิ้วเลื่อนขึ้น-ลงบนหน้าจอ [21:02, 36:24] ระบบเครื่องเสียงและลำโพงให้มิติเสียงที่ดี ฟังสนุกในทุกแนวเพลง [22:54, 36:46]

3. สมรรถนะการขับขี่ การทำงานของระบบไฮบริด และความประหยัด [25:55]

  • ช่วงล่าง นุ่มและแน่น: ระบบกันสะเทือนด้านหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Multi-link เซ็ตมาในโทน “นุ่มแน่น” [04:57, 26:36] ตัวรถมีความมั่นคง (Stable) สูงมาก อาการโยนหรือเอียงน้อยมากเมื่อลงหลุม ฝาท่อ หรือขึ้นลูกระนาดได้อย่างซับแรงสะเทือนได้ดี ไม่ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังเวียนหัว [26:44, 33:14] การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้เงียบและน่าประทับใจ [26:56]

  • พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า: เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 95 แรงม้า ทำงานประสานงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า [28:44] เมื่อรวมระบบจะได้พละกำลังที่ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างฉับไว ขับขี่สมูทและกลมกล่อมตามสไตล์รถครอบครัว [29:03]

  • โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode): แบตเตอรี่ Blade Battery ความจุ 18.3 kWh ตามมาตรฐาน NEDC เคลมไว้ 110 กม. [06:29] จากการทดสอบวิ่งใช้งานจริงในเมืองแบบไฟฟ้าล้วน (จาก 100% จนถึงระดับเป้าหมายขั้นต่ำ SOC 20%) สามารถทำระยะทางได้ถึง 99 กิโลเมตร ถือว่าใกล้เคียงเคลมมาก [30:33]

  • อัตราสิ้นเปลืองในโหมดไฮบริด (HV Mode): สามารถตั้งค่ารักษาระดับแบตเตอรี่ (SOC) ได้ต่ำสุด 20% เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟ [29:18] จากการใช้งานเฉลี่ยทั่วไป ตัวรถทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้อยู่ที่ประมาณ 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (หรือราว 21.2 กม./ลิตร) ซึ่งประหยัดและคุ้มค่ามาก [29:49, 30:00]

  • ระบบชาร์จไฟ: รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุด 3.3 kW (ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จาก 20%-100%) [06:14, 38:24] และรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC สูงสุด 18 kW ซึ่งชาร์จได้รวดเร็วมากในเวลาสั้น ๆ [06:14, 38:42]

  • ระบบความปลอดภัย ADAS: ให้ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะ ICC (Intelligent Cruise Control) [02:44] พร้อมระบบประคองรถในเลน รวมถึงระบบกล้อง 360 องศา ที่คมชัดสูงและมีฟังก์ชันมองทะลุใต้ท้องรถ (Transparent) [02:27, 19:15]

BYD Sealion 5 DM-i เป็นรถ SUV ไฮบริดที่ให้ความอิสระในการเดินทางสูง ขับในเมืองประหยัดด้วยไฟฟ้าล้วนได้เกือบ 100 กม. ขับทางไกลหมดห่วงเรื่องสถานีชาร์จด้วยน้ำมัน ช่วงล่างเฟิร์มนุ่มสบาย ห้องโดยสารโปร่งกว้างขวาง โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย [40:23]

  • รุ่นเริ่มต้น (Dynamic): ราคาช่วงเปิดตัว 759,900 บาท [40:23]

  • รุ่น Premium (ท็อป – คันที่รีวิว): ราคาช่วงเปิดตัว 799,900 บาท [40:31] (ซึ่งส่วนต่างประมาณ 40,000 บาท แลกกับกล้อง 360 องศา ประตูท้ายไฟฟ้า และออปชันความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามา ถือเป็นรุ่นท็อปที่คุ้มค่าน่าสนใจที่สุด) [40:12, 40:18]

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.