ใน

The New OMODA C5 EV วิ่งไกล 422 กม. ชาร์จไวทันใจ! ใช้จริง 10 วัน สรุปน่าซื้อมั้ย?

iMoD Drive นำรถไปใช้งานจริงยาวนานกว่า 10 วัน วิ่งทดสอบเป็นระยะทางมากกว่า 2,000 กิโลเมตร โดยขับจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปยังภาคอีสาน (หนองคาย) และเดินทางต่อไปยังเชียงใหม่ ผ่านสภาพการจราจรที่ติดขัดและเส้นทางขึ้นเขาลงเขา สรุปจุดเด่น จุดสังเกต และสมรรถนะการใช้งานจริงได้ดังนี้

The New OMODA C5 EV วิ่งไกล 422 กม. ชาร์จไวทันใจ! ใช้จริง 10 วัน สรุปน่าซื้อมั้ย?

ภาพรวมและการดีไซน์

  • พิกัดและราคา: ตัวรถเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover (CUV) ขนาดอยู่ในกลุ่ม B-Segment ปลายๆ จนเกือบแตะ C-Segment [03:29] เปิดตัวมาในกลุ่ม “ศึกเลข 5” (เช่น Deepal S05, ORA 05) โดยมีราคาช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 600,000 บาทต้นๆ (ประมาณ 620,000 กว่าบาท) [04:35]ถือว่าเป็นระดับราคาที่จับต้องได้ง่าย

  • การออกแบบ: ใช้แนวคิดการดีไซน์แบบ Roboshark (ฉลามจักรกล) ด้านหน้ามีลักษณะคล้ายจมูกฉลาม ไฟหน้าและไฟท้ายมีความโฉบเฉี่ยว เส้นสายตัวถังด้านข้างดูมีกล้ามเนื้อ (Muscle) แข็งแกร่ง [02:53]

  • ความสูงใต้ท้องรถ: ตัวรถมี Ground Clearance ที่ค่อนข้างสูง ทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน [12:21]

มอเตอร์ แบตเตอรี่ และการชาร์จไฟ

  • พละกำลัง: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตันเมตร [05:16] อัตราเร่งตอบสนองได้ดีมาก แม้จะเปิดเพียงโหมดประหยัด (Eco Mode) ก็เพียงพอต่อการใช้งาน [06:22]

  • ขนาดแบตเตอรี่: เป็นแบตเตอรี่ชนิด LFP ความจุ 50.6 kWh เคลมระยะทางวิ่งสูงสุด 422 กม. (มาตรฐาน NEDC) [12:53]

  • ระยะทางใช้งานจริง:

    • หากชาร์จเต็ม 100% หน้าจอจะแสดงระยะทางประมาณ 430 กม. [13:45]

    • จากการทดสอบจริง: แบตเตอรี่ 1% จะวิ่งได้ประมาณ 3.5 – 3.6 กม. (ถ้าขับเนียนๆ 80-90 กม./ชม. อาจได้ถึง 4 กม. ต่อ 1%) สรุปคือ วิ่งใช้งานจริงแบบผสมผสานได้ประมาณ 340 – 360 กม. และแนะนำให้วางแผนชาร์จทุกๆ 200 กม. เพื่อความอุ่นใจ [14:11]

  • ระบบชาร์จไว (DC Fast Charge): รองรับสูงสุด 110 kW [13:12] จากการทดสอบชาร์จจริงกับตู้ชาร์จสาธารณะ วิ่งนิ่งๆ อยู่ที่ 90 kW ปลายๆ จนถึงเกือบ 100 kW และความเร็วไม่ตกแม้เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่จะสูงถึง 90% ทำให้การชาร์จจากประมาณ 20% ถึง 90% ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที [16:54]

  • การปรับปรุงจุดชาร์จ: รุ่น Minor Change นี้ได้ย้ายตำแหน่งเต้ารับชาร์จไฟจากตรงกลางหน้ารถ มาอยู่บริเวณซุ้มล้อหน้าฝั่งซ้าย ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้น [27:06]

ฟีเจอร์เด่นภายในและความสะดวกสบาย

  • หน้าจอและระบบความบันเทิง: หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K ภาพคมชัดสวยงาม [23:54] รองรับ Apple CarPlay (ทำงานลื่นไหลดีมาก) และ Android Auto (อาจมีอาการหน่วงเล็กน้อย) [24:11]

  • ระบบเสียง: ติดตั้งลำโพงจาก Sony ให้มิติเสียงที่ไพเราะและมีคุณภาพสูง [27:56]

  • เบาะนั่งคู่หน้า: เบาะนุ่มและใหญ่ นั่งสบายสำหรับการเดินทางไกล พิเศษที่มีระบบเป่าลมเย็น (Ventilation Seat) ระบบอุ่นเบาะ และฝั่งคนขับมีฟังก์ชันนวดในตัว [24:54]

  • ฟังก์ชันอื่นๆ: มีแท่นชาร์จไร้สาย 50W [22:02], หลังคา Sunroof [22:05], ช่องเก็บของคอนโซลกลางที่เป็นกล่องรักษาความเย็น (Cool Box) [25:57], มีโหมดสถานการณ์ เช่น Camp Mode สำหรับเปิดแอร์นอนในรถ และรองรับระบบจ่ายไฟภายนอก (V2L) 3.3 kW [13:12], [21:21]

สมรรถนะการขับขี่และการเก็บเสียง (จุดชอบ & จุดสังเกต)

  • ช่วงล่างที่ประทับใจ: ด้านหน้า MacPherson ด้านหลัง Multi-link จูนมาแนวหนึบกระชับ ไม่ย้วย [05:16] จุดเด่นที่สุดคือการเข้าโค้งความเร็วสูงบนทางเขา ตัวรถจัดการณ์อาการเอียง (Body Roll) ได้ดีมาก รถนิ่งและควบคุมง่าย [06:42]

  • จุดสังเกตช่วงล่าง: ในความเร็วต่ำ บนถนนเรียบแต่อาจเป็นคลื่น รถจะมีอาการโครลงแผ่วๆ หรือสะเทือนกระพือเล็กน้อย คล้ายฟีลลิ่งของ Tesla Model Y รุ่นเดิม [08:44]

  • ระบบหมุนเวียนพลังงาน (Regenerative Braking): เป็นจุดที่ผู้รีวิวไม่ชอบที่สุด เนื่องจากแม้ปรับเป็นระดับ 1 (ต่ำสุด) เวลาถอนคันเร่ง รถจะไหลไปนิดนึงแล้วมีความรู้สึก “วูบ” หรือหัวทิ่ม ไม่สมูทเท่าที่ควร เสียจังหวะในการควบคุม คาดว่าต้องรอทาง OMODA อัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขในอนาคต [10:07]

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): มีระบบเตือนรถคันหน้าเคลื่อนตัว, ระบบรักษาเลน และ Adaptive Cruise Control เบรกได้เนียนดี แต่เสียดายที่ไม่มีระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (LCC/ICC) ผู้ขับขี่จึงยังต้องควบคุมพวงมาลัยเองในทางโค้ง [22:29]

  • การเก็บเสียง: กระจกคู่หน้าเป็นแบบ 2 ชั้น (Dual Layer) [29:20] ทดสอบที่ความเร็ว 100 กม./ชม. บนถนนยางมะตอย เสียงรบกวนเฉลี่ยอยู่ที่ 64-65 dB (ถือว่าดีมาก) [30:14] แต่หากวิ่งบนถนนคอนกรีตขรุขระ เสียงจากซุ้มล้อด้านล่างจะดังขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 70-74 dB [31:00]

The New OMODA C5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นปรับโฉมที่แก้เกมมาได้ดีมาก โดดเด่นในเรื่องของราคาที่คุ้มค่า (6 แสนต้นๆ), ช่วงล่างที่มั่นใจได้ในทางโค้ง, ออปชันภายในที่ให้มาล้นๆ (ลำโพง Sony, เบาะนวด/เป่าลม, จอ 2K) และระบบชาร์จ DC ที่ไวต่อเนื่อง แม้แบตเตอรี่ขนาด 50.6 kWh จะค่อนข้างเล็กสำหรับสายเดินทางไกล แต่ถ้าหากวางแผนจุดชาร์จทุกๆ 200 กิโลเมตร ก็สามารถขับขี่ทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างไม่มีปัญหา

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.