ใน

รีวิวลองขับ ORA 5 HEV ไฮบริดจีน น้ำมัน 1 ถัง 1,000 กม. ให้มาดีขนาดนี้รถญี่ปุ่นมีหนาว

จากที่เคยสร้างกระแสในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100% ล่าสุดแบรนด์ ORA ภายใต้เครือ GWM ได้ขยับขยายเซกเมนต์ด้วยการเปิดตัว ORA 5 HEV รถยนต์ระบบไฮบริดที่ไม่ต้องง้อปลั๊กชาร์จไฟ ซึ่งผลิตและเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก [17:57] โดยพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ GWM 1 ที่ยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนได้หลากหลายรูปแบบ (Multi-Power Train) ทั้งเครื่องยนต์ทั่วไป, ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด และไฟฟ้าล้วน (BEV) [00:25]

1. ดีไซน์ภายนอกและมิติรถ

  • มิติและภาพรวม: รูปร่างหน้าตาให้อารมณ์คล้ายเจ้าเหมียว Good Cat แต่ถูกขยายบอดี้ให้ใหญ่และมีความโปร่งโล่งขึ้น มิติตัวถังเทียบเคียงได้กับรถในกลุ่ม BYD Atto 3 หรือ Deepal S05 [02:20] ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) ค่อนข้างสูง ทัศนวิสัยดีจนผู้ทดสอบแซวว่ามองดูเหมือน “กบโย่ง” ที่พร้อมลุยไปได้ทุกที่ [03:30]

  • ชุดไฟและล้อ: ไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Intelligent Light) ปรับโฉมดีไซน์ไฟ Daytime Running Light ใหม่ [03:41] ส่วนล้ออัลลอยให้ขนาด 18 นิ้วเท่ากันทุกรุ่น รัดด้วยยาง Goodyear ขนาด 225/60 R18 [02:56]

  • ตัวเลือกสี: รุ่นเครื่องยนต์ HEV มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี คือ เทา (Mountain Grey), ขาว (Ivory White) และ ดำ (Nebula Black) โดยห้องโดยสารภายในจะมีเฉพาะ “สีดำ” เท่านั้น (ต่างจากรุ่น BEV ไฟฟ้าล้วนที่มีตัวเลือกสีภายในเพิ่มขึ้น) [01:30]

  • ฟังก์ชันประตูไฮไลท์: มีระบบลดกระจกลงอัตโนมัติเล็กน้อยเมื่อเปิดประตู เพื่อช่วยลดแรงดันอากาศภายในห้องโดยสาร ทำให้ปิดประตูได้ง่ายและนุ่มนวลขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงกระแทกแรงๆ [04:49]

2. ห้องโดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • คอนโซลและหน้าจอ: ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Coffee OS เวอร์ชัน 3.0 [25:33] ลื่นไหลและมีแผนที่นำทางอัจฉริยะ Pal Map ในตัว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto [07:31] คอนโซลกลางดีไซน์ 2 ชั้น (Dual Layer) มีแท่นชาร์จไร้สาย และปุ่มควบคุมแอร์แยกแบบกดยังคงอยู่ [08:02]

  • ความสะดวกสบาย: พวงมาลัยดีไซน์ 2 ก้านเจเนอเรชันใหม่จับกระชับมือ [07:42] เบาะนั่งไฟฟ้าฝั่งคนขับมีระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat) 3 ตำแหน่ง ตัวเบาะนุ่มและมีระบบระบายอากาศ [09:34] รุ่นท็อป Ultra มีไฟสำหรับแต่งหน้ากระจายแสงสว่างสะใจเอาใจสาวๆ ทั้งสองฝั่ง [09:11] พร้อมหลังคากระจกและม่านบังแดดไฟฟ้าที่สั่งการด้วยเสียงได้ [08:51]

  • พื้นที่เก็บสัมภาระ: ด้านท้ายมีความจุมากกว่ารุ่น Good Cat อย่างชัดเจนด้วยตัวรถที่ยาวขึ้น สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด Carry-on ได้สบายๆ 3-4 ใบ [12:42] เบาะหลังแยกพับได้แบบ 60:40 [13:57] ฝาท้ายเป็นระบบไฟฟ้าที่มีระบบป้องกันการหนีบ (Anti-pinch) ที่เซตมาค่อนข้างนุ่มนวลและปลอดภัย [14:42]

3. สมรรถนะและการขับขี่

  • พละกำลังสไตล์รถไฟฟ้า: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้า [17:24] การตอบสนองและอัตราเร่งว้าวมาก ให้ความรู้สึกพุ่งทะยานทันใจเหมือนกำลังขับรถยนต์ไฟฟ้า 100% [16:45] ระบบสามารถปรับเปลี่ยนระดับการดึงพลังงานกลับ (Regen) ได้ 3 ระดับ ซึ่งในระดับแรงสุดแทบไม่ต้องเหยียบเบรก ช่วยถนอมผ้าเบรกและชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ได้ดี [23:39]

  • ความประหยัดน้ำมัน: ถังน้ำมันมีความจุประมาณ 55 ลิตร (รองรับน้ำมันต่ำสุด E20) [31:55] จากการขับขี่ใช้งานจริงทางไกลแบบผู้ใช้งานทั่วไปเปิดแอร์เย็นๆ ความเร็วเฉลี่ย 90-120 กม./ชม. ตัวเลขเฉลี่ยทำได้อยู่ที่ประมาณ 5.1 – 5.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (หรือราวๆ 19-20 กิโลเมตรต่อลิตร) [19:01] หน้าปัดคำนวณว่าน้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งได้ไกลระดับ 1,000 ถึง 1,100 กว่ากิโลเมตรเลยทีเดียว [31:30]

  • ช่วงล่างและระบบเก็บเสียง: ด้านหน้าใช้ MacPherson Strut ด้านหลังเป็น Multi-link [03:04] ซึ่งลบจุดบกพร่องเรื่องความแข็งกระด้างในรุ่นก่อนๆ ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง ช่วงล่างซับแรงกระแทกจากรอยต่อถนนและหลุมได้เนียน นิ่ง และเอาอยู่แม้ในย่านความเร็วสูง [26:45] ด้านการเก็บเสียง (NVH) ทำได้ดีเกินคาด มีการใช้ซีลขอบประตูเนื้อกำมะหยี่ช่วยซับเสียง [05:01] แม้เป็นกระจกชั้นเดียวแต่ที่ความเร็ว 100-120 กม./ชม. เสียงรบกวนในห้องโดยสารก็ยังเงียบและอยู่ในระดับที่น่าพอใจ [21:44]

  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ระบบ ADAS มาครบ โดยเฉพาะระบบ Intelligent Cruise Control (ICC) ที่ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน ทำได้นิ่ง ไม่เลื้อย และช่วยเบรกหรือออกตัวตามรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล เนียนตา [25:44]

จุดที่น่าเสียดาย/ข้อสังเกต

  1. ตำแหน่งแป้นเบรก: ระดับความสูงของแป้นเบรกถูกเซตมาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแป้นคันเร่ง ทำให้เวลาสลับเท้ามาเหยียบเบรก หน้าแข้งหรือหลังเท้าอาจชนขอบแป้นเบรกได้ง่าย ต้องยกขาขึ้นสูงกว่าปกติ [24:27]

  2. เบาะผู้โดยสารตอนหลัง: ไม่มีที่เท้าแขนตรงกลางและไม่มีช่องวางแก้วน้ำที่เบาะหลังมาให้ (ต้องวางที่ช่องเก็บของแผงประตูแทน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการล้ม) [28:47] รวมถึงแผงประตูคู่หลังใช้วัสดุพลาสติกแข็ง (ต่างจากด้านหน้าที่บุวัสดุนุ่มมาให้) [29:29]

สรุปภาพรวม: ORA 5 HEV เป็นรถยนต์ไฮบริดที่ตอบโจทย์คนที่อยากได้ความประหยัด ความเงียบ และอัตราเร่งที่พุ่งสนุกเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่อยากมีความกังวลเรื่องการหาที่สถานีชาร์จเวลาเดินทางไกล ภายในกว้างขวาง ช่วงล่างปรับปรุงมาดีขึ้นมาก จัดเป็นรถจีนอีกหนึ่งรุ่นที่น่ากลัวสำหรับค่ายรถญี่ปุ่นในเซกเมนต์นี้ [00:08]

แสดงความคิดเห็น

เขียนโดย Sakura P.